เทศกาลตรุษจีน
หรือ วันขึ้นปีใหม่ของชาวจีนแผ่นดินใหญ่ และ ชาวไทยเชื้อสายจีน กับเทศกาลเฉลิมฉลองครั้งยิ่งใหญ่ซึ่งถือว่าเป็นวันขอบคุณ และ วันแห่งการเริ่มต้น สำหรับปีใหม่ดีดีที่กำลังจะมาถึงของผู้คนเหล่าเชื้อสายจีนทั่วโลกสำหรับวันที่ 1 เดือน 1 ตามจันทรคติ ซึ่งสำหรับปี 2017  นี้ เทศกาลตรุษจีนได้ตรงกับวันเสาร์ที่  28 มกราคม 2017 นั่นเอง ซึ่งสำหรับเทศกาลวันตรุษจีนของชาวไทยเชื้อสายจีนที่ถือปฏิบัติกันมาอย่างช้านาน จะถูกแบ่งออกเป็น 3 วันสำคัญ ดังนี้

 1. ‘วันจ่าย’ หรือ ‘ตื่อเล็ก’ เปรียบเสมือนวันก่อนสิ้นปี

วันแห่งการจับจ่ายใช้สอยซื้อของเซ่นไหว้, ผลไม้ และอาหารคาวหวาน เพื่อสำหรับการเตรียมงานเทศกาลก่อนวันหยุดพักผ่อนยาวของเหล่าร้านค้า ซึ่งภายในค่ำคืนนั้นเองจะเริ่มการไหว้ครั้งแรกขึ้น นั้นคือ การไหว้เพื่ออัญเชิญ ‘ตี่จู่เอี๋ย’  หรือ  ‘เจ้าที่’ ตามความเชื่อของชาวจีน ลงมาจาสรวงสวรรด์ เพื่อได้รับการสักการะบูชา และ ขอบคุณจากเจ้าของบ้านสำหรับการดูแลอย่างดีของเจ้าที่ ที่ผ่านมาตลอดทั้งปีด้วยเช่นกัน

25505

photo banmuang

 

2. วันไหว้ หรือ วันสิ้นปี 

หรือใครๆหลายคนเรียกว่า ‘วันขอบคุณเทพเจ้า’ สำหรับการปกป้อง ดูแล ให้โชคให้ลาภกับเรามาตลอดทั้งปี ด้วยเหล่าอาหารคาวหวาน ของเซ่นไหว้ และ ผลไม้หลากหลาย ตามที่เราได้ตระเตรียมไว้ โดยแบ่งการไหว้ออกเป็น 3 ช่วงด้วยกัน

ช่วงที่ 1 เวลาเช้ามืด : เป็นการไหว้ ‘ไป๊เล่าเอี๊ย (拜老爺 / 拜老爷)’ หรือ การไหว้เทพเจ้า

 เพื่อแสดงความขอบคุณ ด้วยเครื่องไหว้ชุด ‘ซาแซ’ หรือ  ‘โหงวแซ’ พร้อมทั้ง เหล้า น้ำชา และกระดาษเงินกระดาษทอง 

สำหรับในส่วนของ ‘ซาแซ’ ประกอบไปด้วยเนื้อสัตว์ 3 ชนิดด้วยกันนั่นคือ เนื้อหมู เป็ด (เป็นตัว)  และ ไก่ (เป็นตัว) ซึ่งมีความหมายดังนี้

  1. เนื้อหมู ที่หมายถึง ความอุดมสมบรูณ์ มั่งมี มีกินมีใช้
  2. เป็ด      ที่หมายถึง ความสะอาด บริสุทธิ์ และความสามารถที่เพียบพร้อม หลากหลาย
  3. ไก่        ที่หมายถึงความขยันขันแข็ง ความก้าวหน้า และความสง่างาม ในยศฐาบรรดาศักดิ์

หรือบางคนอาจไหว้เป็นแบบ ‘โหงแซ’ ที่ประกอบไปด้วยเนื้อสัตว์ 5 ชนิดด้วยกัน ซึ่งนอกจาก เนื้อหมู เป็ด ไก่ โดยยังเพิ่มเติมในส่วนของ ตับหรือปลาหมึก และ ปลา ซึ่งมีความหมายดังนี้

  1. ปลาหมึก หมายถึง การเหลือกิน เหลือใช้ 
  2. ตับ หรือที่ชาวจีนแต้จิ๋วเรียกว่า ‘กัว’ ซึ่งหมายถึง  ความเจริญก้าวหน้าในหน้าที่การงาน
  3. ปลา หมายถึง ความสุข สมบูรณ์ เหลือกินเหลือใช้

นอกจากนี้อาจยังมีไหว้ในส่วนของผลไม้และขนม เพื่อเพื่มความเป็นสิริมงคลได้อีกด้วย

ath-2012012409023164d8 copy

photo: ath.in.th

ช่วงที่ 2 เวลา บ่าย : เป็นการไหว้  ‘ไป๊เป้ป๊อ (拜父母)’ การไหว้บรรพบุรุษ

เปรียบเสมือนการไหว้พ่อ แม่ ญาติพี่-น้อง ผู้ที่ล่วงลับไปแล้ว หรือ ถึงแก่กรรม เพื่อเป็นการแสดงความกตัญญูตามธรรมเนียมของชาวจีน โดยเวลาไหว้ส่วนใหญ่จะไหว้ไม่เกินเที่ยงวัน กับเครื่องเซ่นไหว้เป็นชุด ‘ซาแซ’ เนื้อสัตว์  3 อย่าง พร้อมทั้ง ผลไม้ คาวหวาน ตามที่ผู้ล่วงลับเคยชอบ สำหรับเป็นการเชื้อเชิญให้เค้าเหล่านั้นได้มารับประทานอาหารร่วมกัน พร้อมทั้งมีการเผากระดาษเงินกระดาษทอง เสื้อผ้า ของใช้ เพื่ออุทิศให้แก่ผู้ที่ล่วงลับไปแล้วสำหรับการนำไปใช้ยัง ปรโลก หรือ โลกหลังความตายได้อีกด้วย

อาหารคาวส่วนใหญ่จะประกอบไปด้วย

  1. ลูกชิ้นปลากลมๆ  ตามจีนแต้จิ๋วที่ออกเสียงว่า  ฮื้อ-อี๊  ที่หมายถึง ชีวิตราบรื่น เหลือกินเหลือใช้
  2. ผัดตับกับกุยช่าย    หมายถึง ความร่ำรวย ก้าวหน้า
  3. ผัดถั่วงอก หมายถึง ความงอกงามรุ่งเรือง
  4. บะหมี่ยาวหรือผัดหมี่ซั่ว หมายถึง อายุยืนยาว
  5. แกงจืด  หรือ เช็ง-ทึง  หมายถึง หวาน ใส ซดคล่องคอ  เพื่อให้ชีวิตลูกหลานมีชีวิตที่หวานราบรื่น
  6. เป๋าฮื้อ  หมายถึง การห่อความมั่งคั่งเหลือกินเหลือใช้มาให้ลูกหลาน
  7. เต้าหู้ไข่ หรือ โตฟู หมายถึง ความสุข บุญ

อาหารหวาน

  1.  ลูกท้อ หรือ ซิ่วท้อ          หมายถึง อายุที่ยืนยาว
  2.  ขนมอี๊ ขนมกลมๆสีชมพู อาจใช้เป็นสาคูหรือลูกเดือยก็ได้  ต้มกับน้ำตาล หมายถึง ชีวิตที่เคี้ยวง่ายราบรื่น 
  3.  ขนมสาลี่ หรือ ถ้วยฟู    หมายถึง ความเพิ่มพูน เฟื่องฟู
  4.  ขนมไข่                           หมายถึง ความเจริญเติบโต
  5.  คักท้อก้วย  กับการนวดกับแป้งผสมกับสีนำโชคอย่างสีแดง โดยมีทั้ง ไส้ข้าว ไส้กุยช่าย ไส้ผัดผักกะหล่ำ ไส้ถั่ว
  6.  เม็ดบัว                           หมายถึง การมีลูกหลานที่ผู้ชาย
  7.  เกาลัด                           หมายถึง เงิน
  8.  เต้าหู้หมักที่ทำจากถั่วแห้ง หมายถึง เต็มไปด้วยความร่ำรวย และ ความสุข
  9. ขนมแห้ง ๕ อย่าง หรือ ขนม ๕ สี (โหงวเส็กทึ้ง) ซึ่งประกอบไปด้วย
  • ถั่วตัด  งาตัด  ถั่วเคลือบ    หมายถึง  ความงอกงาม และชีวิตแสนหวาน
  • ฟักเชื่อม       หมายถึง   ฟักเงินฟักทอง 
  • ข้าวพอง       หมายถึง  เงินเพิ่มพูน 

     10.  ซาลาเปา หรือ หมี่เปา หมายถึง การห่อโชค  ซึ่งสามารถแบ่งออกได้เป็น 2 ชนิด คือ

  • มีไส้  ซึ่งเป็นแป้งไม่ผสมมัน หน้าไม่แตก พร้อมมีตัวหนังสือปั๊มว่าเฮง
  • ไม่มี ไส้ หรือ หมั่นโถ เนื้อออกสีเหลืองนวลขาว หน้าแตกเหมือนดอกไม้บานลูกเล็กแต่งแต้มสีสันด้วยสีแดง หรือ ลูกใหญ่จะปั๊ปด้วยตัวหนังสือสีแดงว่า ฮก ที่หมายถึง โชคดี

และ ผลไม้ 

  1. กล้วย    หมายถึง การมีลูกเต็มบ้านหลานเต็มเมือง มีลูกในการสืบสกุล
  2. แอปเปิ้ลแดง หมายถึง ความสันติสุข สันติภาพ
  3. ส้ม        หมายถึง  ความมงคล
  4. องุ่น      หมายถึง ความเพิ่มพูน งอกเงย
  5. สับปะรด  หมายถึง การเรียกโชคให้มาเข้ามา  

ซึ่งหลังจากการไหว้ ทุกคนในครอบครัวจะรับประทานอาหารร่วมกันเพื่อความเป็นสิริมงคล ก่อนจะมีการ ‘แต๊ะเอีย’  หรือ แลกเปลี่ยน ‘อั่งเปา’ ให้กันและกัน

ของไหว้ตรุษจีน2557

Photo  horoguide

ช่วงที่ 3 เวลาเย็น : จะเป็นการไหว้ ‘ป้ายฮ่อเฮียตี๋ (拜好兄弟)’ การไหว้บรรดาผีไร้ญาติ

ถือเป็นการอุทิศบุญให้เหล่าสัมภเวสี หรือ ผีไม่ญาติแถวนั้นมาได้รับบุญกุศล กับเครื่องเซ่นไหว้ อาทิเช่น ขนมเข่ง ขนมเทียน เผือกเชื่อมน้ำตาล ซึ่งมีความหมายดังนี้

  1. ขนมเข่ง                     หมายถึง  ความราบรื่นหวานชื่นอันสุขสมบูรณ์ในชีวิต
  2. ขนมเทียน                  หมายถึง  ความราบรื่น สว่างรุ่งเรื่อง โดยเฉพาะ รูปลักษณ์ที่เป็นกรวยแหลมรูปทรงคล้าย                        เจดีย์ ซึ่งมีความเป็นมงคล
  3. เผือกเชื่อมน้ำตาล โดยเผือก หรือ โอ่วเท้า หมายถึง ความเจริญก้าวหน้า และการเป็นเจ้าคนนายคน

ซึ่งนอกจากนี้ยังมีการเผากระดาษเงินกระดาษทอง พร้อมทั้งจุดประทัดเป็นเสริมความเป็นสิริมงคลและขับไล่สิ่งชั่วร้ายให้ออกไปอีกด้วย


 

3 วันเที่ยว หรือ วันถือ ที่เปรียบเสมือนวันปีใหม่ของชาวจีน

โดยเป็นวันที่ชาวจีนต่างเรียกว่า วัน ‘ชิวอิก’ (初一)  หรือ วันที่ 1 เดือน 1 ของปีนั่นเอง ซึ่งตามธรรมเนียมปฏิบัติแล้วจะเป็นวันที่ชาวไทยเชื้อสายจีนออกไปไหว้ขอพรและอวยพรจากญาติผู้ใหญ่ที่รักและเคารพรัก โดยการนำส้มสีทอง 4 ลูกไปมอบให้ เพื่อเป็นการนำสิ่งดีดี ทั้ง ความสุขและโชคลาภ ไปมอบให้ กับความหมายดีดีของ ‘ส้ม’ ตามภาษาแต้จิ๋ว คือ ‘กิก’ (橘) ซึ่งหมายถึง ความสุขหรือโชคลาภ (吉 )  ใขณะที่ ภาษากวางตุ้ง คือ ‘ก้าม’ (柑) ที่แปลว่า ทอง

มากไปกว่านั้น วันนี้ยังถือว่าเป็นอีกหนึ่งวันดีดี ที่ชาวไทยเชื้อสายจีนได้เข้าไปไหว้พระขอพรจากสิ่งศักดิ์สิทธิ์ที่ตนเคารพ สร้างบุญสร้างกุศลตั้งแต่ต้นปีเพื่อความเป็นสิริมงคลแก้ตนเองและครอบครัว ยังรวมไปถึงการแก้ปีชงเพื่อป้องกันอันตรายที่จะเกิดขึ้นกับตัวเอง และคนที่คุณรักอีกด้วย

โดยที่ ‘วันเที่ยว’ หรือ ที่เรียกกันว่า ‘วันถือ’ เพราะชาวจีนรวมทั้งชาวไทยเชื้อสายจีนต่างถือว่า วันนี้เหมือนวันขึ้นปีใหม่ที่มีความเป็นสิริมงคล ควรงดการทำบาป ไม่ว่าจะเป็นการพูดจา หรือ การกระทำ การแต่งกายด้วยเสื้อผ้าสีสันสดใส  หรือแม้กระทั่ง การห้ามทำความสะอาดบ้านนั่นเอง

 

DSC_0089_211

photo travel.mthai.com

About The Author

Bell
Food Editor

เบลมีความเชื่ออย่างนึง คือ “ไม่มีอะไรเป็นไปไม่ได้และทำไม่ได้ถ้าเราตั้งใจ ชีวิตมันต้องลองแล้วจะเจอสิ่งที่ใช่” ซึ่งจากเด็กวิทย์จ๋าๆคนนึง เบลเริ่มผันตัวมาเป็นนักเขียน ได้ทำหลายอย่างที่ไม่เคยทำ แล้วพบว่า เฮ้ย!! นี่มันตัวเราชัดๆ ทั้งมีความสุขและสนุกไปกับมัน ซึ่งนิสัยส่วนตัวเบลเป็นคนไฮเปอร์นิดๆและชอบทานขั้นสุดแต่ไม่ค่อยทานข้าวนะ ชอบทานของหวานและชาบู ที่เรียกได้ว่าเป็นสิ่งจำเป็นในชีวิตที่ขาดไม่ได้ ยิ่งเวลาเครียดนี่วิ่งเข้าใส่กันเลยทีเดียว 555 ทุกๆครั้งที่กินเราก็จะมีความสุขและอยากแบ่งปันความรู้สึกนี้ค่ะ ซึ่งนี่คือจุดเริ่มต้นของการที่เบลหันมาทำงานเขียนที่เบลชอบเและถ่ายทอดความสุขของเบลให้กับทุกคนค่ะ

Related Posts

Leave a Reply

Your email address will not be published.