หลายปีที่ผ่านมาชาเขียวเป็นเครื่องดื่มยอดฮิต มีเศรษฐีเกิดขึ้นมากมายจากธุกิจขายเครื่องดื่มชาเขียว นอกจากน้ำชาเขียวแล้วยังมีขนมรสชาเขียวผุดขึ้นมาอีกมากมาย ไม่ว่าจะเป็นเค้ก คุกกี้ ไอศครีม ซึ่งล้วนได้รับความนิยมเพราะมีกลิ่นที่เป็นเอกลักษณ์ เค้กบางตัวก็เรียกเค้กชาเขียว แต่เค้กบางตัวเรียกเค้กมัทฉะ หลายคนเคยได้ยินคำว่า”มัทฉะ”แล้วก็คิดว่ามันก็คือชาเขียวนี่เอง แค่เรียกเป็นภาษาญี่ปุ่นให้มันเก๋ๆเท่านั้น เราเองก็เคยคิดแบบนั้นเหมือนกัน แต่รู้หรือไม่ว่าจริงๆแล้วชาเขียวกับมัทฉะมันไม่เหมือนกันนะ

credit: Foodiejunky

ชาเขียวมีทั้งแบบเป็นใบและเป็นผง ส่วนมัทฉะจะเป็นผงเท่านั้น พูดจริงๆแล้วมัทฉะก็คือชาเขียวแบบผงชนิดหนึ่งนี่แหละค่ะ แต่ชาเขียวแบบผงทุกชนิดไม่ใช่มัทฉะนะคะ

ชาเขียวเป็นชาที่ปลูกใต้แสงแดดธรรมชาติ 100% ค่ะ สำหรับชาเขียวแบบผง ผงชาที่เห็นอาจจะไม่ได้มาจากใบชาอย่างเดียวแต่บดรวมๆกันมาจากใบหรือต้นด้วยก็ได้ค่ะ ทั้งกระบวนการปลูกและการบดไม่ได้มีการควบคุมอะไรเป็นพิเศษ รสชาติที่ได้มักขมกว่ามัทฉะ เป็นชาประเภทที่เรานิยมนำมาใช้ทำขนมกันค่ะ

ส่วนมัทฉะจริงๆแล้วก็เป็นพันธุ์ชาเขียวเหมือนๆกันนี่แหละค่ะ แต่ยอดชาที่จะนำมาผลิตมัทฉะจะผ่านกรรมวิธีการ “แกล้งชาเขียว” ซึ่งเริ่มตั้งแต่ขั้นตอนการปลูกต้นชาด้วยการนำที่กรองแสงมากรองแสงให้ผ่านมาถึงต้นชาน้อยลงเหลือแค่ประมาณ 10% ของแสงธรรมชาติ ต้นชาจึงผลิตสารคลอโรฟิลล์มากขึ้นเพื่อช่วยให้สังเคราะห์แสงได้ดีขึ้น นอกจากนั้นแล้วกระบวนการบดของมัทฉะยังถูกควบคุมโดยผู้ที่ผ่านการรับรองมาแล้วว่าเป็นผู้เชี่ยวชาญเรื่องชา ผงชาที่ได้จะมีสีเขียวสดจนเกือบจะเป็นเขียวนีออน ลักษณะผงจะละเอียดมากกกกจนละลายในน้ำร้อนได้เนียนสนิท มีกลิ่นและรสเฉพาะตัวที่เป็นของมัทฉะซึ่งไม่เหมือนกันชาเขียวโดยทั่วไป มัทฉะนี้ถือเป็นชาชั้นดีซึ่งจะไม่นิยมนำไปใช้ทำอาหารหรือขนมค่ะ ถ้าเป็นที่ญี่ปุ่นก็เรียกได้ว่าเก็บไว้ต้อนรับแขกบ้านแขกเมืองและผู้มาเยือนคนสำคัญเลยทีเดียวค่ะ

1 matcha_vs_green_tea_powder

งานวิจัยจาก ConsumerLab.com กล่าวว่า มัทฉะจะมีสาร Antioxidant มากกว่าชาเขียวโดยทั่วไป 2-3 เท่า สำหรับคนที่ชอบกินมัทฉะปั่นกับนม เพื่อให้ได้ประโยชน์จากมัทฉะอย่างเต็มที่เราแนะนำให้กินกับนมถั่วเหลืองหรือนมอัลมอนด์มากกว่านะคะ เพราะโปรตีนจากนมวัวจะทำปฏิกิริยากับสารในมัทฉะทำให้สูญเสียคุณค่าไปได้ค่ะ แต่คนที่กินชาเขียวแบบใบแล้วชงน้ำร้อนอยู่เป็นประจำควรระวังนิดนึงก่อนจะเปลี่ยนมากินมัทฉะนะคะ เพราะถ้าจะชงมัทฉะให้ออกมาข้นอร่อยเหมือนคนญี่ปุ่นกินกันแล้วละก็ ปริมาณคาเฟอีนที่มีอยู่ในมัทฉะแก้วนึงจะสูงถึง 120mg ซึ่งคิดเป็นสองเท่าของชาเขียวแบบปกติเลยทีเดียวค่ะ

ถ้าดูจากกระบวนการผลิตที่ยากกว่าและประโยชน์ที่สูงกว่าแบบนี้แล้ว ก็พอเดาได้ใช่มั้ยคะว่ามัทฉะจะมีราคาสูงกว่าชาเขียว ปริมาณที่ใช้ในการชงให้ได้ 1 แก้วจะตกอยู่ที่ประมาณ 70บาทค่ะ ในขณะที่ชาเขียวแบบซองอย่างดีหน่อยก็ตกไม่เกินซองละ 20บาทค่ะ เรียกได้ว่าประโยชน์สูงแต่ราคาก็ตามกันไปติดๆเลยทีเดียวค่ะ

 

Leave a Reply

Your email address will not be published.