“วิปปิ้งครีม” เป็นไอเท็มที่เชื่อว่าสาวกของหวานโปรดปรานกันดีอย่างแน่นอน เมื่อมาตีให้ฟูเป็นวิปครีมแล้วความเบาของเนื้อครีม พร้อมกับรสชาติมันที่มีหวานนิดๆ เรียกได้ว่าเป็นรสชาติที่เรียบง่ายแต่เป็นรสชาติที่เป็นรากฐานของขนมหวานฝรั่งหลายๆเมนู ยิ่งเมื่อได้ทานควบคู่ไปกับไอศครีม แล้วกลายเป็นสุดยอดของความเข้ากันจนน่าเหลือเชื่อ

วิปปิ้งครีมเป็นตัวประกอบให้เมนูขนมหวานหลายๆจานดีงามขึ้นไปอีกจาก 8/10 ไป 10/10 กันเลยทีเดียว

เนื่องจากวิปครีมเป็นเหมือนนักแสดงประกอบให้ขนมหวานอร่อยขึ้นมาอีกหนึ่งเลเวล เราก็อาจจะมีซื้อมาติดบ้านกันไว้บ้าง แต่ส่วนใหญ่ก็คงไม่มีใครที่ซื้อมาแล้วซัดหมดในครั้งเดียวด้วยแคลอรี่สุดโหดของวิปครีมทั่วๆไป นอกจากว่าคุณจะเป็นพวกเผาผลาญสูงมาก (#อิจฉามาก) แล้วทำไงล่ะทีนี้ซื้อมากล่องใหญ่มากกก (ก.ไก่ 100 ตัว) ทิ้งไปทิ้งมาอยู่ในตู้เย็นจนใกล้หมดอายุซะแล้วสิ จะทิ้งก็เสียดาย ทำไงดีน้า งานนี้คงต้องงัดเอาวิปครีมที่รกอยู่ในตู้เย็นกล่องนี้มาทำเมนู สุดแสนอร่อยกันดีกว่า โดยแต่ละเมนูนำวิปครีมมาเป็นพระเอก รับรองแจ่มและได้ใช้วิปครีมให้หมดกล่องไปพร้อมๆกัน!!

1.สตรอว์เบอร์รีวิปครีม (Strawberry Whipped Cream)

ทำเมนูนี้ไปแจกเพื่อนๆกันเถอะ สำหรับเมนูท้อปฮิตที่ง่ายจนหลายๆคนอาจมองข้ามอย่างเมนูนี้สตอร์เบอรี่วิปครีม ได้ยินแล้วถึงกับร้องอ๋อกันเลยทีเดียวล่ะสิ เพราะ 2 อย่างนี้เกิดมาคู่กัน กับความเปรี้ยวของสตอร์เบอรี่ที่ตัดกับรสชาติของวิปปิ้งครีมได้อย่างลงตัว ถ้าใครปกติชอบทาน Strawberry Shortcake ลองทำเมนูนี้ดูรับรองจะถูกใจ รสชาติเต็มเม็ดเท่าเดิมแต่ตัดแคลอรี่ของเค้กลงได้ด้วย  และวิธีการทำน่ะหรอเรียกว่าง่ายฝุดๆ

เพียงเท่านี้เราก็จะได้สตอว์เบอรี่วิปปิ้งครีม น่าตาน่าทานมาไว้ครอบครอง และถ้าเพื่อความสวยงามแต่งหน้าด้วยสตรอว์เบอร์รีเต็มผล น้ำตาลไอซิ่งหรือผงโกโก้ อีกสักนิดสิ รับรองเริ่ด จะเอาไปฝากเพื่อน ฝากเจ้านาย หรือทานกินเอง ก็ดี๊ดี

วิปปิ้งครีมเหลือ

Credit: That skinny chick can bake

  2.บานอฟฟี่ (Banoffee)

เราเป็นคนชอบกินกล้วยก็รู้สึกว่าเห็นเมนูนี้ทีไรก็อยากสั่งทุกที แต่พอรู้วิธีการทำที่แสนง่ายขัดกับหน้าตา และใช้อุปกรณ์น้อยชิ้นก็ยิ่งเลิฟ โดยใช้ส่วนประกอบที่คนชอบทำขนม (หรือชอบทานแต่ไม่ได้ชอบทำ) อาจจะมีติดบ้านอยู่แล้ว มีเพียง3 ขั้นตอนเท่านั้น:

แค่นี้ก็ชวนเพื่อนๆมาปาร์ตี้ของหวานกันได้แล้ว อ๊ะๆ ก่อนเสริฟจะตกแต่งเพิ่มเติมด้วยซอสช๊อคโกแลต หรือจะเพิ่มผงซินนามอนหรือจะโรยผงโกโก้ ไว้บนวิปปิ้งครีมก็เก๋ไม่ใช่เล่นเลยล่ะ ลองทำกันดูเลย!!!

วิปปิ้งครีมเหลือ

credit: Bloglovin

3. มูสบลูเบอรี่ (Blueberry Mousse)

มาถึงเมนูของหวานดับร้อนอย่างมูสบลูเบอรี่ ก็เป็นอีกหนึ่งทางเลือกสำหรับสาวๆที่ชื่นชอบผลไม้ และชอบทานขนมหวานที่มีรสผลไม้หวานอมเปรี้ยว กับขั้นตอนการทำที่ง่ายไม่ยุ่งยากตามนี้

blueberry

แค่นี้ก็ก็มีมูสเบาๆสุดฟินไว้ทานเล่นแล้วล่ะคะ หรือก่อนเสิร์ฟจะราดด้วยบลูเบอรี่อีกครั้งเพื่อเพิ่มรสชาติ ความเป็นบลูเบอรี่ก็เก๋ไม่ใช่เล่น หรือถ้าชอบผลไม้อื่นๆก็เปลี่ยนได้ตามใจชอบได้เลย!!

วิปปิ้งครีมเหลือ

Credit: My recipe magic

4. ช็อคโกแลตมูส (Chocolate Mousse)

หรือจะเป็นของหวานเอาใจคนชอบทานช็อคโกแลตกันบ้างนะคะ กับมูสช็อคโกแลตเนื้อเนียนนุ่ม พร้อมกลิ่นหอมของช็อคโกแลต กับความขมเพียงเล็กน้อย ให้ความรู้สึกถึงความเข้ากัน ไม่หวานเลี่ยนจนเกินไป และวิธีการทำที่ง่ายเอาใจสาวๆที่ไม่ค่อยมีเวลาใครๆก็ทำได้ โดยส่วนของมูสช็อคโกแลตจะเรื่มจาก

chocolate

สุดท้ายก็นำเข้าตู้เย็นเพื่อรอเจ้ามูสตัวน้อยเซ็ตตัว ก่อนจะเอาไปเป็นของฝากอย่าลืมแต่งหน้าให้เจ้ามูสช็อคโกแลตด้วยเกล็ดน้ำตาลหลากสี หรือ ช็อคโกแลตหัวใจ ก็น่ารักเอาใจผู้รับไม่ใช่น้อยเลยทีเดียว

                วิปปิ้งครีมเหลือ

Credit: Cookie and Cup   Lemon Tree Dwelling

5. พานาคอตต้า  (Panna Cotta)

ขนมสัญชาติอิตาเลียน รสชาติเนียนนุ่ม กลิ่นหอมหวานมัน ซึ่งหากคิดที่จะกำจัดวิปปิ้งครีมในตู้เย็นของคุณแล้ว เมนูนี้คงพลาดไม่ได้เด็ดขาด ซึ่งขั้นตอนการทำเริ่มจาก

panacotta

 จากนั้นนำไปยัดในตู้เย็น รอจนพานาคอตต้าเซ็ตต้ว ก็ราดด้วยบลูเบอรี่ หรือ สตอร์เบอรี่ตามแบบที่เราชอบเลย เพียงเท่านี้เราก็ได้พานาคอตต้าแสนอร่อยไว้ทานกัน

วิปปิ้งครีมเหลือCredit: The kitchn
วิปปิ้งครีมเหลือCredit Baking Ginger

6. พายโอริโอ้ไอศครีม (Oreo Icecream Pie)

ไอเดียดับร้อนที่แค่คิดก็รู้สึกคูลขึ้นมานิดนึงละ กับวิธีทำที่ง่ายเว้อร์เว่อร์ที่อาศัยเพียงเครื่องปั่น เพียงแค่นี้ก็ได้ของหวานแสนอร่อย รสชาติถูกใจ และสามารถเพิ่มสีสันกับการบีบวิปปิ้งแต่งน้ำตาลสีนิดหน่อย แค่นี้ก็งาม แถมได้ใช้วิปปิ้งครีมเพิ่มเติมอีกด้วย เราชอบสุตรนี้รส Cookies & Cream จะได้มีการเพิ่ม Oreo แบบดับเบิ้ล หรือกับไอศครีมรส Mint ก็ยิ่งเพิ่มดีกรีความเย็นพร้อมสีมิ้นต์สวยๆชวนให้หลงpai ice-cream oreoวิปปิ้งครีมเหลือCredit: A pretty life

7. เครมบูเลย์ (Creme Brulee)

สำหรับเมนูสุดท้าย เครมบูเลย์ เมนูนี่ทำยากที่สุดใน 7 รายการ แต่คุ้มค่าเหนื่อยแน่ๆ หลายๆคนคงน่าจะเคยรับประทานกันมาบ้าง หากคุณเป็นคนที่ชื่นชอบในคัสตาร์ดครีม ขนมตัวนี้คงเป็นที่โปรดปรานไม่ใช่น้อย กับตัวคัสตาร์ดด้านล่างภายใต้กลิ่นคาราเมลน้ำตาลไหม้ๆเล็กน้อยด้านบนที่เสริมให้เมนูนี้เป็นเมนูของหวานสุดเด็ด กับวิธีการทำที่สามารถทำได้เองที่บ้านง่ายๆ แต่แอบต้องง้อเตาอบนิดนึงนะ 5555 สำหรับในตัวของแครมบูเลย์เอง เราจาการทำไส้คัสตาร์ดโดยวิธีการทำมีดังนี้

เครมบูเล่

แค่นี้เราก็จะได้เครมบูเลย์แสนอร่อยมาไว้รับประทานยามว่างเรียบร้อยแล้ว งานนี้รับรองติดใจ

วิปปิ้งครีมเหลือCredit: Natasha Kitchen

และด้วย 7 เมนูนี้เราก็ไม่ต้องโยนวิปปิ้งครีมใกล้หมดอายุทิ้งอีกต่อไป โฮะๆๆๆ

วิปปิ้งครีมเหลือ
Credit: 2 Broke Girls

Leave a Reply

Your email address will not be published.