วันนี้มาคุยเรื่อง Digital Detox กันค่ะ

พวกเราก็น่าจะเคยลอง Detox กันมาบ้างแล้วไม่สูตรไหนก็สูตรหนึ่งหรืออาจเคยได้ยินหรือรู้จักคนที่ทำ Detox กันมาบ้าง โดยที่เห็นทำกันเยอะๆก็มักจะเป็น Juice cleanse หรือ Detox ด้วยการดื่มน้ำผลไม้อย่างเดียวเป็นเวลา 1-5 วัน เพื่อสุขภาพบ้างโดยแอบหวังว่าน้ำหลักจะลดลงไปด้วย แต่ในวันนี้เราไม่ได้มาพูดถึงการ Detox เพื่อลดน้ำหนักหรือสุขภาพกาย แต่จะมาพูดถึงการทำ Digital Detox

Digital Detox คือการหลีกเลี่ยงการใช้งานสกรีนต่างๆโดยเฉพาะสมาร์ทโฟนและไม่สนใจโซเชียลเน็ตเวิร์กทุกชนิด เป็นเวลา 24 ชั่วโมง

(Photo by Ryan Emberley/Invision for Apple/AP Images)Source: Ryan Emberley

ทุกวันนี้เราใช้เวลาอยู่หน้าจอเยอะมากๆๆ ไม่ว่าจะเป็นมือถือ คอมพิวเตอร์ แท็บเล็ต รวมไปถึงทีวีและอีกหลายๆสกรีนด้วยกัน เราไปอ่านเจอกราฟด้านล่างที่เป็นการวิจัยโดย Mary Meeker ซึ่งศึกษาดูว่าโดยเฉลี่ยคนในแต่ละประเทศใช้เวลาอยู่หน้า Screen หรือจอต่างๆมากขนาดไหน อยากบอกว่าเป็นกราฟที่อ่านแล้วก็สุดสยองถึงค่าเฉลี่ยที่สูงลิบลิ่วของคนทั่วโลก ขนาดนี่เป็นข้อมูลของปี 2014 ถ้าดูของปีที่แล้วหรือปีนี้ ทีมซิลล่าก็เชื่อว่าอาจจะยิ่งสูงขึ้นไปมากกว่านี้อีก

Source: Mary Meeker/Quartz

ประเทศไทยก็เป็นหนึ่งในประเทศที่อยู่ในงานวิจัยครั้งนี้ด้วยโดยเวลาเฉลี่ยที่คนไทยใช้หน้าจอนั้นถึงจะไม่ได้สูงที่สุดแต่ก็จัดว่าสูงเอาการติดอันดับ Top 10

คนไทยมีเวลาใช้งานหน้าจอโดยเฉลี่ยสูงถึง 7 ชั่วโมง 16 นาทีด้วยกัน โดยแบ่งเป็นการ ดูทีวี 78 นาที ใช้งานคอมพิวเตอร์หรือ Laptop 96 นาที ใช้งานบนมือถือ 167 นาทีและแท็บเล็ต 95 นาทีด้วยกัน

อย่างที่บอกว่าเวลารวม 7 ชั่วโมง 16 นาทีนี่เป็นเพียงค่าเฉลี่ย ถ้าเราคิดถึง lifestyle ของหลายๆคนที่ทำงานในออฟฟิสแล้วใช้คอมพิวเตอร์ตลอดทั้งวันเชื่อว่าจะเกิน 7 ชั่วโมงกว่าๆไปอีกหลายเท่าตัว ตั้งแต่ตื่นเช้าไปที่่ทำงานทั้งรถติดหรืออยู่บนรถไฟฟ้าก็ดูมือถือ จนพอไปถึงที่ทำงานก็ดูหน้าจอคอม ตอนเดินทางกลับบ้านก็ดูมือถือหรือแท็บเล็ตจนถึงบ้านก็ดูทีวีต่อ

Girl on cellphone

Source: Ivan Mlinaric/Medical Daily

เรียกได้ว่าชีวิตในปัจจุบันแทบจะไม่ได้ห่างหน้าจอกันเลย โดยเฉพาะถ้าใครใช้มือถือหรือคอมจนถึงก่อนนอนทุกคืน (เราขอยอมรับว่าเราก็ทำ) รังสีจากสกรีนเหล่านี้จะไปรบกวนเมลาโธนินฮอร์โมนที่ช่วยให้เรานอนหลับสบาย จนทำให้เราอาจจะนอนไม่ค่อยหลับ หรือหลับก็จะกระสับกระส่ายไม่สนิทดีนัก ถ้าอย่างนั้นทำยังไงเราถึงจะลดการใช้ติดสกรีนงอมแงมกันได้ล่ะ ก็อย่างเช่นการ Detox เพื่อลดไขมันหรือน้ำตาล เราก็ต้องมาทำ Digital detox กัน

2_Social Media Addiction

Source: Yipengge/ThePlaidZebra

Digital Detox หรือการหลีกเลี่ยงการใช้งานสกรีนต่างๆโดยเฉพาะสมาร์ทโฟนและไม่สนใจโซเชียลเน็ตเวิร์กทุกชนิด เป็นเวลา 24 ชั่วโมงหรืออธิบายง่ายๆ ก็คือ ปิดโทรศัพท์มือถือของคุณเป็นเวลา 1 วันนั่นเอง โดยอาจจะเริ่มทำโดยหาโอกาสในวันที่ไม่ได้ทำงานหรือเป็นวันหยุดพักผ่อน ผู้เชี่ยวชาญอธิบายว่าDigital Detox เป็นกระบวนการพื้นฐานของการเริ่มต้นห่างจากสมาร์ทโฟนอย่างถาวร สร้างยุทธวิธีให้ชินกับการไม่มีโซเชียลเน็ตเวิร์กอยู่ในชีวิตบ้าง อาจจะดูหักดิบไปบ้างแต่เราลองทำดูแล้วเป็นเวลาหนึ่งสัปดาห์ในช่วงที่ไปเก็บตัวปฎิบัติธรรมก็ต้องสารภาพตามตรงว่ายากมากๆ แต่พอทำได้แล้วก็รูัสึกว่าทำให้รู้สึกลดอาการติดมือถือลงได้เป็นอย่างดี

6_Social-Media-AddictionSource: SDominick/ThePlaidZebra

ที่ America การทำ Digital Detox นี่เกือบจะป็นวาระแห่งชาติกันเลยทีเดียว เพราะมีผลสำรวจออกมาว่าประชากรในสหรัฐอเมริกากว่า 44% ติดโซเชียลเน็ตเวิร์ก และสมาร์ทโฟนกันงอมแงม ถึงกับขนาดหลับไปพร้อม ๆ กับวางสมาร์ทโฟนไว้ข้างกายเลยล่ะ เป็นสาเหตุให้ตื่นเช้ามาด้วยอาการงัวเงีย ไม่สดชื่นกระปรี้กระเปร่า คุณภาพชีวิต และสภาพจิตใจก็ถดถอยลงเรื่อย ๆ

ถ้าหากสาวๆอยากลองทำดูก็ต้องเริ่มจากความตั้งใจจริงและอาศัย Tips ง่ายๆห้าข้อนี้ค่ะ ขอเอาใจช่วยให้ทุกๆคนลองทำดูนะคะ

  1. ทำจริงๆ คิดเสมอว่า #Strong เราทำกันจริงๆนะคะไม่ได้ทำเล่นๆ
  2. มีลิมิตเวลาแค่ 24 ชั่วโมงเองเราทำได้ สมัยปู่ย่าตายายไม่มีมือถือก็มีชิีวิตที่มีความสุขดี
  3. คุยกับคนรอบข้าง สร้าง Quality time มี eye contact ตั้งใจฟัง สิ่งที่คนรอบข้างพูด
  4. อยู่ใน Moment ขณะนั้นๆจริงๆ คุณอาจคิดว่าคนอื่นๆในอินสตาแกรมมีชิวิตที่ดีกว่าคุณ มันก็ไม่จริงเสมอไปเหมือนที่ดาราเน็ตไอดอลระดับโลกชาวออสเตรเลียออกมาแฉชีวิตจอมปลอมของเน็ตไอดอล
  5. ถือโอกาสใช้ชีวิต Slow lifeแทนที่จะรับข่าวสารผ่านมือถือ หยิบหนังสือพิมพ์ หรือนิตยสารมาอ่านกับกาแฟหรือชาดีๆสักถ้วย ดูเป็นความหรูหราในชีวิตที่ไม่ได้จะมีโอกาสจะได้สัมผัสทุกวัน

หลังจากที่ได้ลองทำดูแล้วก็ Congratulations! ด้วยนะคะ ​You’ve survived a day without your phone!!!

แล้วต่อจากนี้ไปมาค่อยๆลดการติดแหงกอยู่หน้ามือถือหรือจอคอมกันนะคะ

 

 

 

About The Author

Patty
Editor-in-chief

แพทตี้ชอบอ่านขอบเขียนมาตั้งแต่ยังเล็ก ตอนเด็กๆร้องขอให้คุณแม่ซื้อหนังสือดีๆให้ซึ่งอยากได้ซะมากกว่าของเล่น โตขึ้นมาเป็นมนุษย์ชอบอยู่เมืองนอกคิดว่านั่นคือความสุข ระหกระเหไล่ตามสิ่งที่ตัวเองคิดว่าใช่อยู่นานจนค้นพบว่าความสุขที่แท้จริงไม่ต้องไปหาที่ไหนไกลจริงๆแล้วเริ่มต้นที่ตัวเราเอง รีบพุ่งตัวกลับบ้านมาจับปากกาขีดเขียนอีกทีถ่ายทอดเรื่องราวไลฟ์สไตล์ของผู้หญิงธรรมดาๆแบบแพทซึ่งชอบกิน ชอบเที่ยว ชอบแฟชั่น มีแฟน รักครอบครัวและพยายามทำทุกๆวันของตัวเองให้ดีที่สุด Fun fact: แพทเป็น Pesetarian คือทานมังสวิรัติแต่นานๆจะทานซีฟู้ดสักที Sad fact: มีปัญหาธัยรอยด์ตั้งแต่ยังเด็กและยังพยายามหาวิธีรักษาอยู่ Ultimate goal: มีสติรู้ตัวทั่วพร้อมอยู่เสมอ

Related Posts

Leave a Reply

Your email address will not be published.