เคยได้ยินมั้ยคะว่าคนที่ประสบความสำเร็จ ไม่ใช่คนที่ไม่เคยล้ม แต่เป็นคนที่ล้มแล้วลุกได้อย่างรวดเร็ว และลุกได้นับครั้งไม่ถ้วนซึ่งคนแบบนี้แหละค่ะที่เรียกว่า “จิตใจแข็งแกร่ง” หรือ “มีภูมิคุ้มกันทางจิตใจ”

ซึ่งเรื่องนี้เราสามารถเรียนรู้จากหน่วย SEAL ซึ่งเป็นหน่วยทหารของอเมริกาได้ เพราะนี่เป็นหน่วยทหารที่ต้องผ่านการฝึกอย่างโหดมาก เรียกว่าที่สุดในโลกก็ได้ ต้องผ่านความกดดันมหาโหดทั้งร่างกายและจิตใจ ดังนั้นถ้าพูดถึงคนที่จิตใจเข้มแข็งสุดขีด ไม่ว่าจะเจอปัญหาอะไรก็ลุกขึ้นมาได้ก็ต้องเป็นพวกเค้านี่แหละค่ะ

“ผมไม่เคยวัดความสำเร็จของคนจากการดูว่าเค้าปีนขึ้นไปได้สูงแค่ไหน แต่ผมดูจากว่าเค้ากระโดดกลับขึ้นมาจากก้นเหวได้สูงแค่ไหน” – George S. Patton Jr.

li-seals-training-72377363

Source: cbc.ca

Eric Greitens ซึ่งมีดีกรีปริญญาเอก และเป็นอดีตหน่วย SEAL ของอเมริกาได้แนะนำถึงวิธีการเลี้ยงลูก(หรือจะนำไปใช้กับตัวเองก็ได้) ซึ่งเค้าปรับมาใช้จากประสบการณ์ของเค้าตอนอยู่ในหน่วย SEAL ให้มีจิตใจที่แข็งแกร่งไว้ในเวบไซต์ Fatherly ดังนี้ค่ะ

1. ต้องเป็นตัวอย่างที่ดี

เด็กจะเรียนรู้จากพ่อแม่ของตัวเองค่ะ การทำให้เห็นมีผลมากกว่าสิ่งทั้งหมดที่เราพูด ดังนั้นตัวเราเองต้องลุกขึ้นให้ได้ไม่ว่าจะเจอปัญหาหนักแค่ไหน แล้วเค้าจะทำตามเราเองโดยที่พ่อแม่ไม่ต้องพูดอะไรมากเลยค่ะ

2. เริ่มต้นจากสอนให้ลูกมีความรับผิดชอบ

จริงอยู่ว่าเราไม่สามารถควบคุมทุกอย่างในชีวิตได้ เช่น ฝนตกฟ้าร้อง หรือเจ้านายอารมณ์เสียแล้วมาลงใส่ แต่ยังไงก็ตามเราต้องสอนให้ลูกรู้จักยอมรับกับผลที่เกิดขึ้นจากการกระทำของตัวเอง ไม่มัวแต่โทษคนอื่นหรือหาข้ออ้างโน่นนี่ ซึ่งการสอนลูกให้มีความรับผิดชอบนี้เริ่มได้ตั้งแต่เรื่องเล็กๆ เช่น ถ้าเค้าสัญญาว่าจะจัดห้องของตัวเอง เค้าก็ต้องทำให้เป็นนิสัย ห้ามหาข้ออ้างต่างๆมาใช้ เช่น ตื่นสายเลยทำไม่ทัน แบบนี้ไม่ได้ค่ะ

3. สอนให้ลูกรู้จักการช่วยเหลือสังคม

การพาลูกไปทำกิจกรรมที่เป็นการช่วยเหลือสังคมจะทำให้เค้าเห็นว่ายังมีคนที่ลำบากกว่าเค้าอยู่ค่ะ และที่สำคัญทำให้เค้ารู้สึกได้ว่าเค้าสามารถช่วยเหลือคนอื่นและเปลี่ยนแปลงสังคมได้ด้วยสองมือของเค้าเอง ซึ่งมันเป็นความรู้สึกที่ยิ่งใหญ่มากนะคะ และมันยังเป็นการสร้างนิสัยให้เด็กมองโลกในแง่ดี ซึ่งการมองโลกในแง่ดีนี้จะมีประโยชน์มากเมื่อเค้าโตขึ้นและต้องเจอกับปัญหาและสถานการณ์เครียดๆหลายๆอย่าง เช่น ทำงานไม่ทันdeadline ธุรกิจหาเงินหมุนไม่ทัน เป็นต้น

4. สอนให้ลูกรู้สึกตัวอยู่เสมอว่าเค้าโชคดี

เมื่อลูกเราได้เห็นแล้วว่ามีคนที่ลำบากกว่าเค้าอยู่ในสังคม มันจะทำให้เค้ารู้สึกได้ว่าตัวเองเป็นคนที่โชคดีแล้วเมื่อเทียบกับคนอื่นค่ะ ซึ่งการที่เรารู้สึกและระลึกได้อยู่เสมอว่าเราโชคดีกว่าคนอื่นเนี่ย จะช่วยให้เราสามารถรับมือกับปัญหาที่เข้ามาในชีวิตได้ดีขึ้นค่ะ

5. สอนให้ลูกแก้ไขปัญหาด้วยตัวเอง

เป็นธรรมชาติของพ่อแม่ที่อยากจะพุ่งตัวเข้าไปช่วยทันทีเมื่อลูกเจอปัญหา แต่ที่จริงแล้วสิ่งที่ดีกว่าคือการให้เค้ารู้ว่าเราดูอยู่ห่างๆ แต่ปล่อยให้เค้าเรียนรู้ที่จะแก้ไขปัญหาเอง ซึ่งมันเป็นการฝึกเค้าให้คิดเป็นค่ะ หรืออย่างน้อยที่สุดสิ่งที่เค้าได้ก็คือ Problem solving skill หรือทักษะในการแก้ไขปัญหานั่นเอง

6. สอนให้ลูกรู้ถึงผลจากการกระทำของตัวเอง

พ่อแม่ควรจะสอนให้ลูกรู้ว่าการทำหรือไม่ทำอะไรก่อให้เกิดผลอย่างไร ไม่ว่าจะเป็นเรื่องดีๆแบบการทำการบ้าน หรือเรื่องที่ไม่ดี เช่น การแกล้งน้อง เมื่อเด็กเข้าใจผลจากการกระทำของตัวเองแล้ว เค้าจะรู้จักคิดและเลือกทำในสิ่งที่ดีที่สุดเมื่อเค้าโตเป็นผู้ใหญ่

7. สอนให้ลูกรู้จักยอมรับความผิดหวัง

เมื่อเด็กเจอกับความผิดหวัง เค้าจะได้เรียนรู้การรับมือกับความกลัวและเรื่องร้ายๆ พ่อแม่ไม่ควรปลอบลูกด้วยการให้รางวัลปลอบใจเมื่อเค้ารู้สึกผิดหวัง เช่น การพาไปกินไอศครีมหลังจากสอบตก เพราะการปล่อยให้ลูกรู้จักยอมรับความผิดหวังและให้เค้าได้นั่งคิดย้อนกลับไปถึงความล้มเหลวที่เกิดขึ้นจะเป็นการสอนให้เค้าคิดเป็นว่าในครั้งหน้าเค้าต้องทำยังไงเพื่อให้ได้ผลลัพธ์ที่ดีขึ้น

8. ปล่อยให้ลูกได้เสี่ยงบ้าง

การที่พ่อแม่เลี้ยงลูกเหมือนไข่ในหินโดยพยายามปกป้องเค้าจากทุกอย่างไม่ว่าจะเป็นเรื่องอันตราย หรือเรื่องที่อาจทำให้เค้าเสียใจ จะทำให้เด็กพลาดโอกาสที่จะเรียนรู้เรื่องดีๆหลายๆเรื่องในชีวิต เช่น แม้จะรู้ว่าการเล่นสเก็ตอาจทำให้ลูกต้องเจ็บตัวแต่เราก็ควรปล่อยเค้าออกไปลองทำดู

9. แต่รู้ว่าเมื่อไหร่ที่ต้องยื่นมือเข้ามายุ่ง

แม้เราจะบอกว่าควรปล่อยให้ลูกได้ออกไปเสี่ยงบ้าง แต่ไม่ใช่ทุกเรื่องเสี่ยงจะเป็นเรื่องที่ดี แต่ไม่ใช่ว่าพ่อแม่ควรจะปล่อยให้เค้าทำเรื่องอะไรก็ได้ที่เค้าอยากทำ เช่น เราปล่อยให้เค้าเล่นสเก็ตได้ แต่ถ้าเค้าไม่ยอมใส่หมวกกันน็อค ก็ถึงเวลาต้องบังคับกันบ้างค่ะ

10. แสดงออกให้ลูกรู้สึกได้ถึงความรักและความเอาใจใส่

การสอนให้ลูกแข็งแกร่งเป็นคนละเรื่องกับการไม่เอาใจใส่นะคะ พ่อแม่ควรแสดงให้เด็กเห็นถึงความรักความหวังดี ให้ลูกรู้ว่าทุกอย่างที่เราสอนอยู่บนพื้นฐานของความรัก ทีนี้ถ้าเค้าเข้าใจว่าทุกอย่างที่เราสอนเป็นเพราะรักและหวังอยากให้เค้าได้ดีจริงๆเค้าก็จะเปิดใจและรับฟังสิ่งที่เราพูดค่ะ

solidier and daughter

Source: motherjones

Leave a Reply

Your email address will not be published.