“ละคร” หลายคนมักตั้งคำถามสำหรับพวกที่ติดละครว่า คุณได้อะไรจากละคร? ละครไทยน้ำเน่า ดูกันไปทำไม ทำไมชอบดูคนตบตี? สนุกตรงไหน? และอีกคำถามมากมาย บลา บลา บลา~

จริงๆแล้วละครแต่ละเรื่องมีความเด่น มีแง่คิด มีการนำเสนอที่แตกต่างกัน การดูละครก็ไม่ได้ต่างอะไรกับการอ่านหนังสือหรือฟังเรื่องเล่า ละครเป็นเหมือนแหล่งสะท้อนสิ่งที่เกิดขึ้นจริงในสังคม สิ่งที่คนกำลังมองข้าม หรือเป็นอีกแง่มุมเล็กๆ ที่เราไม่เคยรู้เลยด้วยซ้ำว่ามีสิ่งเหล่านี้เกิดขึ้นจริง จึงเป็นที่มาของคำว่า “ชีวิตจริงยิ่งกว่าละคร” เพราะละครที่ว่าน้ำเน่าแล้วชีวิตจริงของคนบางคนที่เราไม่รู้อาจจะเป็นยิ่งกว่านั้น ละครทำหน้าที่เพียงแค่หยิบจับในแง่มุมเหล่านั้นมานำเสนอ เพื่อให้เยาวชนหรือคนที่ได้ดูได้ตระหนัก นึกคิด และสามารถนำมาปรับใช้เพื่อแก้ไขตัวเองในชีวิตประจำวันได้ก็เท่านั้นเอง ซึ่งการดูละครนอกจากจะได้ความบันเทิงแล้ว จริงๆยังอัดแน่นไปด้วยสาระอีกมากมายเช่นกัน วันนี้เราหยิบข้อคิดดีๆโดนๆของละครแต่ละเรื่องมาดูกันค่ะ (หลายเรื่องจบไปแล้ว แต่ยังฟินติดลมบนอยู่ค่ะ)

ปดิวรัดา

 -ความรัก และ ชีวิตการการแต่งงาน-

ถ้าพูดถึง ปดิวรัดา ที่หมายถึง ภรรยาผู้ซื่อสัตย์และภักดีต่อสามี ซึ่งตลอดทั้งเรื่องนี้ก็จะมีการสอดแทรกข้อคิดต่างๆในทุกๆตอน ถึงเรื่องการมีคู่ครอง การเป็นสามีภรรยาที่ดี การปรับเปลี่ยนความคิดเพื่อการอยู่ร่วมกัน รวมไปถึงการให้เกียรติซึ่งกันและกัน ความเชื่อใจกัน หรือรู้จักการผ่อนปรนซึ่งกันและกันบ้าง รวมทั้งอีกหลากหลายคำสอน ล้วนเป็นสิ่งที่คนแต่งงานกันไม่ว่ากี่ยุคกี่สมัยที่หากยึดหลักเหล่านี้แล้วย่อมสามารถใช้ชีวิตคู่ร่วมกันได้อย่างมีความสุขอย่างศรัณย์และบราลี แต่หากรักแต่ตัวเองอย่างดวงสวาทใช้ความรักแบบฉาบฉวยหรือเพียงเพื่อเอาชนะสุดท้ายแล้วสิ่งเหล่านั้นจะกลับมาทำร้ายตัวเอง มากไปกว่านั้นละครเรื่องนี้ยังพูดถึงการที่เราควรที่จะรู้จักรักตัวเองให้เป็น เพราะสุดท้ายแล้วชีวิตหากเรายอมเปิดใจสักนิดก็พบว่าเรายังมีคนในครอบครัวที่พร้อมจะอยู่เคียงข้างเราเสมอ ซึ่งในรูปแบบของละครจะเป็นรูปแบบย้อนยุคนิดๆ เนื้อเรื่องแบบน่ารักๆสดใส ไม่ให้ดูตึงเครียดเกินไป ซึ่งถือเป็นละครที่ฟินจิกหมอนอีกเรื่องนึงเลยทีเดียว

“ชีวิตคู่…อย่าพูดคำว่า ไม่มีอะไร… ทั้งๆที่…มี

อย่าปล่อยให้ความโกรธอยู่ข้ามวัน  มีอะไรต้องพูดกัน

ให้จบทะเลาะกันให้จบ  ยิ่งทะเลาะก็จะยิ่งเข้าใจกันมากขึ้น”

pjimage (7)

 


 

กำไลมาศ

-การรักอย่างมีสติ รู้จักการให้อภัย และ การรู้จักปล่อยวาง-

ละครเรื่องนี้เปรียบเสมือนเครื่องเตือนใจให้รู้จักความรักแบบมีสติ โดยนำเสนอในแง่มุมผลของความรักที่ขาดสติ อย่างเรื่องราวของความรักความแค้นตั้งแต่อดีตชาติที่ฝังอยู่ภายในจิตใจของริ้วทอง ที่ปิดหูปิดตาเพราะความรัก ยึดติดโดยไม่รู้จักปล่อยวางจนสุดท้ายสิ่งเหล่านี้ได้กลับมาเป็นสิ่งที่ทำร้ายตัวเธอเองจนไม่สามารถไปผุดไปเกิดได้ ซึ่งคือการเอาชีวิตและความสุขของตัวเองไปยึดติดกับคนอื่นจนทำให้ความสุขของตัวเองนั้นหายไป เห็นสิ่งที่ผิดเป็นชอบเพราะความอคติของตัวเอง ยังรวมไปถึงความไม่รู้จักพอของล้อมเพชร ความอยากมีอยากได้จนทำอะไรผิดๆ อย่างการทำไสยศาสตร์ เพื่อให้ตัวเองได้สิ่งที่อยากได้มาครอบครอง แม้จะเป็นเพียงชั่วครู่ชั่วคราวก็ตาม โดยไม่สนว่าสิ่งที่ตนทำนั้นจะทำร้ายผู้บริสุทธิ์มากมาย ทั้งหมดแล้วล้วนเกิดจากคำว่ากิเลสและความโลภทั้งสิ้น ในขณะที่หม่อมหญิงรัมภาผู้ที่รู้จักปล่อยวางและช่วยเหลือคนที่เธอรักอย่างหม่อมเจ้าดิเรกด้วยใจจริง แม้จะไม่ได้สมหวังในความรักจากในอดีตชาติก็ตาม แต่เพราะความดีจึงส่งผลกลับมาในปัจจุบันชาติ สำหรับรูปแบบละครเป็นเรื่องราวปัจจุบัน ที่มีผลกรรมจากอดีตชาติมาเกี่ยวเนื่องไม่ว่าจะเป็นการพบกัน หรือ การจาก โดยสุดท้ายนี้หากเรามีคำว่า

ให้อภัยอยู่ในใจ รู้จักปล่อยวาง ไม่ยึดติด ไม่เคียดแค้น ไม่อาฆาต ชีวิตของเราก็จะไม่ทุกข์

กำไลมาศ final

 


 

ทองเนื้อเก้า

-ความกตัญญู และ เป็นเรื่องราวเตือนใจ –

ละครที่มีสาระอัดแน่น ที่เรียกได้ว่าเอาไว้เตือนใจกันได้เลยที่เดียวกับเรื่องราวของ ลำยอง จากหญิงสาวหน้าตาสะสวย ที่ชีวิตพังลงเพราะความขี้เมา สำส่อน ขี้เกียจ และรักสบายของลำยอง จนกลายเป็นโรคร้ายในที่สุด ยังไม่รวมถึงเรื่องที่ติดการพนัน เข้าบ่อน จนทำให้สิ้นเนื้อประดาตัว ซึ่งนอกจากนี้ ยังคงมีเรื่องราวความกตัญญูอย่างวันเฉลิม ลูกชายของลำยอง ที่คอยดูแลแม่ของตน แม้ว่าจะถูกทำร้ายจิตใจและร่างกายมากขนาดไหนก็ตาม วันเฉลิมต้องต้องแบกรับภาระมากมาย ไม่ว่าจะต้องเลี้ยงน้อง ดูแลทำความสะอาดบ้าน ทำงานทุกอย่างแทนแม่ของตน ซึ่งหากจะเปรียบ วันเฉลิม ก็เหมือนกับทอง ทองเนื้อแท้ที่ไม่ว่าจะอยู่ที่ใด อยุ่สถานะไหน ก็ยังคงมีคุณค่าในตัวของมันเองเสมอ รวมไปถึงความดีของวันเฉลิมที่จะคงคุณค่าไม่เสื่อมคลายไม่ว่าจะผ่านไปนานแค่ไหน ถึงอาจจะดูเกินเลยจากความเป็นจริงไปบ้างแต่ ทองเนื้อเก้าเป็นละครสอนใจในเรื่องการประพฤติตัว ที่เราสามารถเลือกได้ว่าจุดจบสุดท้ายของเราอยากให้ออกมาเป็นแบบไหน การมัวเมาอยู่ในอบายมุขจะมีผลเช่นไร และสุดท้ายสิ่งที่เหลืออยู่ในชีวิตเรา คืออะไร นั่นคือสิ่งที่คุณจะได้รับทั้งหมดจากละครเรื่องนี้

ทองเนื้อเก้า 2

“ดี หรือชั่ว อยู่ที่ตัวทำ

สูง หรือต่ำ อยู่ที่ทำตัว”

ทองเนื้อเก้า1

ความเห็นผิด คือ รากฐานของชีวิตที่ล้มเหลว


สามีตีตรา

 -เรื่องความรักสมัยใหม่ และการประคับประคองความรัก- 

ละครเรื่องนี้ที่เรียกได้ว่าทุกคนคงไม่พลาด กับละครสุดแซ่บความสนุกครบเครื่องอย่างเรื่อง สามีตีตรา พร้อมให้แง่คิดในด้านของความรัก การมีความรักสมัยใหม่แบบมีสติ รวมไปถึงการวางตัวที่เหมาะสม และการเห็นคุณค่าของตัวเอง โดยเรื่องราวถูกถ่ายทอดผ่าน กะรัต ผู้ที่เพรียบพร้อมไปทุกอย่างแต่ต้องสูญเสียคนรักจนต้องกลายเป็นหญิงม่ายในวันแต่งงาน และแพ้ทางให้กับเพื่อนรักหักเหลี่ยมโหดอย่างน้ำผึ้งที่หักหลังกะรัตได้อย่างไม่แยแส ทำให้กะรัตถึงกลับกลายเป็นคนขี้ระแวง จนทำให้ทุกสิ่งอย่างรวมถึงความรักของกะรัตกับความรักครั้งใหม่ที่เริ่มต้นขึ้นและเกือบพังลงเพราะ ความใจร้อน ความหึงหวง และความหวาดระแวง เลยเผลอทำอะไรไม่คิดหน้าคิดหลัง ทำให้ความรักที่มีอยู่สั่นคลอน โดนเนื้อหาของละครเป็นการนำเสนอในรูปแบบสมัยใหม่ ให้เห็นถึงสังคมในปัจจุบันที่นอกจากการเป็นสามีภรรยาที่ดีที่มีความซื่อสัตย์ ความรักจะยังคงอยู่ได้ หากเรารู้จักเชื่อใจกันและกัน มีสติ และที่สำคัญคือการให้เกียรติซึ่งกันและกัน นอกจากนี้ การให้อภัยตัวเองและการกล้าที่จะเริ่มต้นชีวิตใหม่ คือสิ่งสำคัญที่ทำให้ทุกคนสามารถเดินหน้าไปต่อได้ ซึ่งรับรองละครเรื่องนี้จะทำให้คุณทั้งฟินและมันส์กับทุกฉากทุกตอน เห็นทีงานนี้คงต้องย้อนดูกันยาวเลยทีเดียว

สามีตีตรา

 


มาเฟียเลือดมังกร

– เรื่องความรัก ความขยัน ความอดทน และ การปกครองคนอย่างมีคุณธรรม-

สำหรับละครสุดพีค อย่างซี่รี่ส์เลือดมังกร ที่แบ่งยิบย่อยออกเป็น อีก 5 เรื่องราว คือ เสือ สิงห์ กระทิง แรด และ หงส์ พร้อมกับนำเสนอหลักคุณธรรมโดนๆให้เรานำกลับมาคิด วิเคราะห์กัน สำหรับละครแต่ละเรื่องแต่ละรส เป็นการนำเสนอในรูปแบบละครย้อนยุคที่ย้อนไปยังคนไทยเชื้อสายจีนในสมัยก่อน เป็นเรื่องราวความรัก ขยัน อดทน และการฝ่าฟันอุปสรรคมากมายของเหล่าทายาทนักธุรกิจชาวเชื้อสายจีนในแผ่นดินสยามที่น่ายกย่อง นอกจากนี้ยังแสดงให้เห็นถึงความสามัคคีรักใคร่กลมเกลียวกันในหมู่เพื่อนพ้องอีกด้วย  อย่างที่กล่าวไปข้างต้นละครแต่ละเรื่องเปรียบเสมือนปรัชญาโดยที่ เสือ เปรียบเสมือนความซื่อสัตย์, สิงห์ คือ ศักดิ์ศรี, กระทิง คือ ความกตัญญู, แรด คือ ความอดทน,และหงส์ คือ ความเมตตา พร้อมปรัชญาข้อคิดต่างๆมาสอดแทรกอยู่ตลอดภายในเรื่อง เรียกได้ว่านอกจากจะเป็นละครที่ครบรส ครบเครื่อง ยังแฝงเต็มไปด้วยกับสาระดีดีมากมายเลยทีเดียว

pjimage (8)


                วัยแสบสาแหรกขาด

        -เรื่องราวปัญหาพฤติกรรมของเด็กในปัจจุบัน –

se8 

สำหรับเรื่องนี้ ตอนนี้ยังออนแอร์อยู่เราอยากให้ทุกคนได้ลองติดตามกัน กับเรื่องราวที่สะท้อนถึงปัญหาสังคมและครอบครัวในปัจจุบัน พ่อแม่เปรียบเสมือนแบบอย่างของลูก การที่เด็กแต่ละคนมีพฤติกรรมที่แตกต่างกันมักเกิดจากการอบรมเลี้ยงดู หรือการซึมซับพฤติกรรมบางอย่างจากพ่อแม่โดยไม่รู้ตัว

โดยเรื่องราวนี้ได้ถ่ายทอดผ่านตัวละครทั้ง 5 คน ถึงราวที่เกิดขึ้นจากครอบครัวและผลกระทบต่อพฤติกรรมของเด็กในรูปแบบที่แตกต่างกัน อย่างเรื่องราวของ หวาย ที่มีพ่อ ใช้ความรุนแรง โมโหร้าย จนทำให้หวายติดใช้ความรุนแรงในการแก้ปัญหา ไม่ก็ต่างกับ โชกุน ที่แท้จริงแล้วอาจไม่ใช่เด็กที่ชื่นชอบในการพูดโกหก แต่เพื่อการเป็นที่ยอมรับ เพื่อที่จะไม่โดนคุณแม่ดุ โชกุนจึงเลือกใช้นิสัยแบบพ่อคือการโกหก เพียงเพื่อจะเอาตัวรอดจากการโดนตี หรือการถูกคุณแม่ดุ  และมินนี่ เด็กที่ติดโซเชียลอย่างหนัก เปรียบเสมือนกับเด็กในสักคมไทยทุกวันนี้ที่ทำทุกอย่างเพราะความอยากมีชื่อเสียง หรือ อยากมีไลค์มากๆทำให้ตัวเองเป็นเน็ตไอดอล และต้องการการยอมรับจากสังคม ในขณะที่ยังมีเรื่องราวของเด็กที่ชอบขโมยของอย่าง ปิ๊กปิ๊ก ทั้งที่มีทุกอย่าง แต่เกิดความเข้าใจและการเรียนรู้แบบผิดๆ ทำให้ตัวของ ปิ๊กปิ๊ก คิดว่าสื่งที่ทำอยู่คือสิ่งที่ถูกต้อง และเรื่องราวสุดท้ายเป็นเรื่องราวของ ตังเม เด็กที่ทำร้ายตัวเอง และคิดที่จะฆ่าตัวตาย เพราะคิดว่าสิ่งนี้คือทางออก และสิ่งนี้คือการที่พ่อแม่จะให้ความสนใจกับเขา

เรื่องราวของเด็กทั้ง 5 สะท้อนให้เห็นถึงสภาพครอบครัวในปัจจุบัน ที่มีเด็กจำนวนไม่น้อยต้องกลายมาเป็นาภาระทางสังคมเพียงเพราะพวกเค้าเหล่านั้นขาดที่พึ่ง รวมไปถึงการขาดที่ปรึกษาที่ดี ขาดผู้นำที่ดี ละครเรื่องนี้จึงเปรียบเหมือนเครื่องเตือนใจสำหรับเหล่าผู้ปกครอง ถึงการเลี้ยงบุตรหลาน แล้วละครเรื่องนี้จะทำให้คุณได้เห็นอะไรมากกว่าที่คุณคิด

รวม

About The Author

Bell
Food Editor

เบลมีความเชื่ออย่างนึง คือ “ไม่มีอะไรเป็นไปไม่ได้และทำไม่ได้ถ้าเราตั้งใจ ชีวิตมันต้องลองแล้วจะเจอสิ่งที่ใช่” ซึ่งจากเด็กวิทย์จ๋าๆคนนึง เบลเริ่มผันตัวมาเป็นนักเขียน ได้ทำหลายอย่างที่ไม่เคยทำ แล้วพบว่า เฮ้ย!! นี่มันตัวเราชัดๆ ทั้งมีความสุขและสนุกไปกับมัน ซึ่งนิสัยส่วนตัวเบลเป็นคนไฮเปอร์นิดๆและชอบทานขั้นสุดแต่ไม่ค่อยทานข้าวนะ ชอบทานของหวานและชาบู ที่เรียกได้ว่าเป็นสิ่งจำเป็นในชีวิตที่ขาดไม่ได้ ยิ่งเวลาเครียดนี่วิ่งเข้าใส่กันเลยทีเดียว 555 ทุกๆครั้งที่กินเราก็จะมีความสุขและอยากแบ่งปันความรู้สึกนี้ค่ะ ซึ่งนี่คือจุดเริ่มต้นของการที่เบลหันมาทำงานเขียนที่เบลชอบเและถ่ายทอดความสุขของเบลให้กับทุกคนค่ะ

Related Posts

Leave a Reply

Your email address will not be published.