มาแล้วจ้า!! งานนี้ขอมาตามกระแสแฟชั่นสุดฮิตที่ใครๆก็ต้องไม่พลาดกันหน่อยนะเจ้าคะ กับเทรนด์การแต่งชุดไทยตามรอย “แม่การะเกด” จากละครเรื่อง “บุพเพสันนิวาส”  ซึ่งเราเองก็เชื่อว่าหลายๆคนคงติดละครเรื่องนี้ เป็นอย่างแน่แท้ ใช่รึไม่เจ้าคะ พร้อมกับช่วงที่ผ่านมานี้เองก็มีงานเทศกาลต่างๆไม่ว่าจะเป็น งานอุ่นไอรัก ที่จัด ณ สวนอัมพร หรือ งานแผ่นดินสมเด็จพระนารายณ์มหาราช ประจำปี ที่จัด ณ ลพบุรี และอีกหลากหลายงานที่เชื้อเชิญให้เราได้ร่วมกันอนุรักษ์ถึงความเป็นไทย ย้อนรอยกลับไปตามอดีตกัน แค่คิดก็รู้สึกสนุกแล้วใช่ไหมล่ะเจ้าคะ แต่เราว่าหลายคนคงแอบกังวัลว่าฉันจะใส่ชุดไทยยังไงให้เด่นดีนะ หรือบางคนอาจกลัวว่าเมื่อแต่งชุดไทยไปแล้วจะดูจืดรึเปล่า วันนี้เราเลยมีทริคการแมทช์สีชุดไทยตามสีประจำวันของชาววังสมัยโบราณมาบอกกันค่ะ โดยการนุ่งหุ่มแบบนี้มีมาแต่ช้านานนะเจ้าคะ ซึ่งในอดีตสัตรีในพระราชสำนักมักนิยมแต่งกายโดยใช้สีให้ถูกโฉลกเป็นมงคลตามสีของแต่ละวันนะเจ้าคะ ว่าแต่จะมีการ Mix and Match สีอย่างไรบ้างนั้น ตามข้าพเจ้ามาดูกันได้เลยเจ้าค่ะ ดั่งบทกลอนที่ว่า

“อนึ่งภูษาผ้าทรงณรงค์รบ               ให้มีครบเครื่องเสร็จทั้งเจ็ดสี
วันอาทิตย์สิทธิโชคโฉลกดี                 เอาเครื่องสีแดงทรงเป็มมงคล
เครื่องวันจันทร์นั้นควรสีนวลขาว                   จะยืนยาวชันษาสถาผล
อังคารม่วงช่วงงามสีครามปน                   เป็นมงคลขัตติยาเข้าราวี
เครื่องวันพุธสุดดีด้วยสีแสด               กับเหลือบแปดปนประดับสลับสี
วันพฤหัสจัดเครื่องเขียวเหลืองดี         วันศุกร์สีเมฆหมอกออกสงคราม
วันเสาร์ทรงดำจึงล้ำเลิศ                   แสนประเสริฐเสี้ยนศึกจะนึกขาม
หนึ่งพาชีขี่ขับประดับงาม                           ให้ต้องตามสีสันจึงกันภัยฯ”

หนึ่งในบทกลอน “สวัสดิรักษา” จาก “สุนทรภู่” ผู้ประพันธ์บทกลอน

 

ซึ่งนอกจากนี้ยังมีการถ่ายทอดเรื่องราวของการแต่งกายในสมัยยุครัตนโกสินทร์ตอนต้น ผ่านทาง “คุณพลอย” จากละครเรื่อง “สี่แผ่นดิน” ด้วยนะเจ้าคะ โดยท่านว่า

“วันจันทร์ นุ่งเหลืองอ่อนห่มน้ำเงินอ่อน หรือจะห่มบานเย็นก็ได้ หรือถ้านุ่งสีน้ำเงินนกพิราบต้องห่มจำปาแดง
วันอังคาร นุ่งสีปูนหรือม่วงเม็ดมะปรางแล้วห่มโศก หรือถ้านุ่งโศกหรือเขียวอ่อน ต้องห่มม่วงอ่อน
วันพุธ นุ่งสีถั่วก็ได้ สีเหล็กก็ได้แล้วห่มจำปา
วันพฤหัส นุ่งเขียวใบไม้ ห่มแดงเลือดนก หรือนุ่งแสดห่มเขียวอ่อน
วันศุกร์ นุ่งน้ำเงินแก่ ห่มเหลือง
วันเสาร์ นุ่งเม็ดมะปราง ห่มโศก หรือนุ่งผ้าลายพื้นม่วง ห่มโศก
วันอาทิตย์ นุ่งเขียว ห่มแดง หรือนุ่งผ้าลายพื้นสีลิ้นจี่ หรือสีเลือดหมู ห่มโศก

 จาก สารานุกรมไทยฉบับเยาวชน

โดยคนในสมัยก่อนนั้นมักจะเรียกผ้านุ่งหรือผ้าถุงว่า “นุ่ง” และเรียกสไบ ว่า “ห่ม”(ผ้าที่ใช้ห่มกาย) นะเจ้าคะ ส่วนแต่ละวันจะมีการ mix and match สีกันอย่างไรบ้างไปดูกันเลยเจ้าค่ะ

 

วันจันทร์  ตามตำราท่านว่า ผ้านุ่งสีเหลืองอ่อน ห่มสีน้ำเงินอ่อนหรือบานเย็น แต่ถ้านุ่งสีน้ำเงินนกพิราบ ต้องห่มสีจำปาแดง เจ้าค่ะ โดยหากแต่มีการปรับตามยุคสมัยเพื่อเพิ่มความนุ่มนวลบ้างก็อาจจะใช้ผ้านุ่งโทนสีเหลืองอ่อนหรือสีทองอย่างแม่กาละเกด ก็ช่างงามแท้นะเจ้าคะ ตามด้วยการห่มผ้าสีน้ำเงินอ่อนหรือสีบานเย็นค่ะ แต่หากใช้ผ้านุ่งเป็นสีน้ำเงินนกพิราบ(สีน้ำเงินเข้ม)แล้วไซร้ เราก็ควรเปลี่ยนสีผ้าห่มเป็นสีจำปาแดง(สีเหลืองเข้มนวลดั่งดอกจำปาแก่) นั่นเองแหละเจ้าค่ะ ซึ่งการที่เราเน้นสีเหลืองนวล หรือ สีเหลืองอ่อนนั้นเนื่องจากสีเหล่านี้เป็นสีประจำวันของวันจันทร์เจ้าค่ะ
ชุดไทย

วันอังคาร ตามตำราท่านว่า นุ่งสีปูนหรือม่วงเม็ดมะปรางแล้วห่มโศก หรือถ้านุ่งโศกหรือเขียวอ่อน ต้องห่มม่วงอ่อน นะเจ้าคะ ซึ่งหากเราใช้ผ้านุ่งสีปูน(สีแดงอมส้มชมพูอ่อนคลายสีหมาก) หรือจะ เป็นสีม่วงเม็ดมะปราง (สีม่วงอ่อน) แล้วไซร้ ผ้าห่มหรือสไบนั้นเราก็มักจะใช้เป็นสีโศก(สีเขียวอ่อน)นั้นแลเจ้าค่ะ  หรือหากออเจ้าใช้ผ้านุ่งสีโศก(สีเขียวอ่อน) ผ้าที่ใช้ห่มนั้นก็จะเป็นสีม่วงอ่อนหรือที่เรียกว่าสีม่วงเม็ดมะปรางนั่นแหละเจ้าค่ะ โดยสำหรับวันอังคารนั้นจะเห็นได้ว่ามีการใช้สีปูนที่มีสีคล้ายสีชมพูตามสีประจำวันพร้อมทั้งมีใช้สีม่วงอ่อนที่ยังคงออกโทนสีชมพูมาเสริมนั้น เพื่อความเป็นมงคลนั้นเองนะเจ้าค่ะ

2326547dc69dea6546c4b917650de653

วันพุธ ท่านว่า นุ่งสีถั่วก็ได้ สีเหล็กก็ได้แล้วห่มจำปา” นะเจ้าคะ สำหรับการแต่งกายประจำวันพุธแล้วนั้น เราจะนิยมนุ่งสีถั่ว(สีเปลือกถั่วเขียว) หรือสีเหล็ก(สีเงิน) แล้วห่มผ้าหรือใช้สไบสีจำปา(สีเหลืองเข้ม) นั่นเองเจ้าค่ะ แลเป็นโทนสีที่ดูงามมากหนา ซึ่งกับสีโทนนี้ไม่ว่าจะผิวสีไหนก็ยังสามารถดูสง่างามได้อย่างแน่นอนเจ้าค่ะ โดยสำหรับวันนี้แล้วนั้น สีที่เด่นหรือสีที่ยึดยังคงเป็นโทนสีเขียว สีประจำวันของวันพุธนั่นเองแหละเจ้าค่ะ

1466663724-13494782_1105969226116697_7147442348562962772_n

วันพฤหัสบดี ตามตำราท่านว่า “นุ่งเขียวใบไม้ ห่มแดงเลือดนก หรือ นุ่งแสดห่มเขียวอ่อน” ก็ได้นะเจ้าคะ สำหรับการใช้ผ้านุ่งสีเขียวใบไม้หรือเขียวใบตองอ่อน มักจะใช้ผ้าห่มสีตัดกันอย่างสีแดงเลือดนก (สีแดงเข้ม) หรือหากออเจ้าใช้ผ้านุ่งสีแสด(สีส้ม) ก็ต้องห่มด้วยผ้าสไบสีเขียวอ่อนนะเจ้าคะ แต่หากออเจ้าชอบสีที่ดูเบาขึ้นมาอีกหน่อย ออเจ้าสามารถปรับเฉดสีที่ยังคุมโทน พร้อมยังดูสุภาพแสนเข้ากั๊นเข้ากันได้อย่างสีแสดอ่อน (ส้มอ่อน) ห่มเขียวอมฟ้าก็ง้ามงามเจ้าค่ะ โดยแสดหรือส้ม ก็เปรียบดั่งสีประจำวันพฤหัสบดี ยิ่งใส่ยิ่งเสริมให้ สง่างาม มีมงคล ยิ่งนักนะเจ้าคะ

วันพฤหัส

วันศุกร์ตามตำราว่า “นุ่งน้ำเงินแก่ ห่มเหลือง”  ช่างเด่นแน่แท้  กับสีที่ตัดกันอย่างลงตัวด้วยการผ้านุ่งน้ำเงินแก่หรือน้ำเงินเข้ม หร้อมทั้งห่มสไบด้วยสีเหลืองสด ยิ่งส่งเสริมถึงความสดและมีสีสันนะเจ้าคะ แต่บ้างก็ปรับลดตามยุคสมัยให้จากสีเหลืองนั้นไซร้ กลายเป็นโทนสีทองดูสุภาพแต่ยังคงในโทนสีของอมเหลือง ดูละงานตา ยิ่งนักนะออเจ้า เนื่องจากวันศุกร์นั้น มีสีประจำวันอย่างสีน้ำเงิน

FotoJet (9)

วันเสาร์ ตามตำราท่านว่า นุ่งเม็ดมะปราง ห่มโศก หรือนุ่งผ้าลายพื้นม่วง ห่มโศก”  เสริมให้สง่า แลดูมีราศรีทั้งสองแบบนะเจ้าคะ ไม่ว่าจะเป็น การใช้ผ้านุ่งสีเม็ดมะปราง(สีม่วงอ่อน) ห่มตามด้วยสไบสีโศก (สีเขียวอ่อน) ก็งามแท้นะเจ้าค่ะ หรือบ้างนุ่งผ้าลายพื้นม่วง หรือ สีม่วงเข้ม ตามด้วยห่มผ้าสไบสีโศก (สีเขียว) ให้ดูเด่น แลงดงามนะเจ้าคะ กับสีม่วงที่เป็นสีประจำวันของวันเสาร์ ยิ่งเสริมให้เป็นวันดี แท้จริงเองเอย

a9d4c45947fa5f60758eb2a5511b6151

วันอาทิตย์ ตามตำราท่านยังกล่าว  นุ่งเขียว ห่มแดง หรือนุ่งผ้าลายพื้นสีลิ้นจี่ หรือสีเลือดหมู ห่มโศก” ให้แลดูความเป็นไทยยิ่งนักนะเจ้าคะ กับการใช้ผ้านุ่งสีเขียว ตัดกับผ้าสีแดงที่เปรียบดั่งสัญลักษณ์ของวันอาทิตย์ ให้ดูมีความร้อนแรง ดูมีพลังน่าหลงใหล หรือออเจ้าจะนุ่งผ้าสีแดงเลือดหมู(สีแดงเข้มโทนไปทางดำ) หรือลายพื้นสีลิ้นจี่(สีแดงอมชมพู) ห่มตัดกับผ้าสีโศก(สีเขียวอ่อน) ช่างงามแท้ นะเจ้าคะ

f975b1131e1ddef9400a4a9a16a94569

ซึ่งจากตำราไทยที่เห็นกันข้างต้นนี้ จะเห็นได้ว่าคนไทยสมัยโบราณต่างยึดสีประจำวันเป็นหลักนะเจ้าคะ หากแต่มีการปรับเปลี่ยนผ้านุ่งหรือผ้าห่มให้เป็นสีที่ตัดกัน หรือ ทฤษฎีสีสมัยสมัยใหม่เรียกว่า “สีคู่ตรงข้าม (complementary colour)” นั่นเองค่ะ13880233

โดยจะมีการไล่โทนสี ปรับเปลี่ยน เล็กน้อยเพื่อความงดงามและเข้ายุคเข้าสมัยมากยึ่งขึ้นค่ะ ซึ่งมีการใช้สีผ้านุ่งและผ้าห่มตัดกันเยี่ยงนี้จนถึงในรัชกาลที่ 8 เลยทีเดียวนะเจ้าคะ ซึ่งในช่วงรัชกาลที่ 8 พวกที่มิได้อยู่ภายในวัง ก็มิได้ปฏิบัติตามความนิยมแต่ดั้งเดิมเรื่องการใช้สีนุ่งห่มประจำวัน คือ อยากจะนุ่งห่มสีอะไรก็ได้ หรือ ใช้สีเดียวกันทั้งชุดก็ได้ โดยไม่มีการกำหนดกฎเกณฑ์แต่อย่างใด

FotoJet (10)

FotoJet

ไหนเรามาสรุปตารางสีเพื่อความเข้าใจง่ายกันหน่อยนะเจ้าคะ

สวัสดีรักษา

หวังว่าเนื้อหาใน content นี้พอจะเป็นไกด์ไลน์ดีๆให้เพื่อนๆหลายๆคนได้หยิบได้จับ Mix and Match สีชุดไทยกันได้อย่างสนุกสนานนะเจ้าคะ ยังไงก็อย่าพลาดแต่งชุดไทยง้ามงาม ไปเล่นสงกรานต์ เพิ่มความเป็นไทยด้วยใจที่งดงามกันนะคะ

Cr photo: วันจันทร์ วันอังคารวันพฤหัสบดี วันศุกร์ ,วันศุกร์,  วันเสาร์วันอาทิตย์ Mix and Match 1Mix and Match 2Mix and Match 3Mix and Match 4 , Mix and Match 5คู่สี , coverphotoจากละครบุพเพสันนิวาสสรุปสีผ้านุ่งห่มตามวัน

About The Author

Bell
Food Editor

เบลมีความเชื่ออย่างนึง คือ “ไม่มีอะไรเป็นไปไม่ได้และทำไม่ได้ถ้าเราตั้งใจ ชีวิตมันต้องลองแล้วจะเจอสิ่งที่ใช่” ซึ่งจากเด็กวิทย์จ๋าๆคนนึง เบลเริ่มผันตัวมาเป็นนักเขียน ได้ทำหลายอย่างที่ไม่เคยทำ แล้วพบว่า เฮ้ย!! นี่มันตัวเราชัดๆ ทั้งมีความสุขและสนุกไปกับมัน ซึ่งนิสัยส่วนตัวเบลเป็นคนไฮเปอร์นิดๆและชอบทานขั้นสุดแต่ไม่ค่อยทานข้าวนะ ชอบทานของหวานและชาบู ที่เรียกได้ว่าเป็นสิ่งจำเป็นในชีวิตที่ขาดไม่ได้ ยิ่งเวลาเครียดนี่วิ่งเข้าใส่กันเลยทีเดียว 555 ทุกๆครั้งที่กินเราก็จะมีความสุขและอยากแบ่งปันความรู้สึกนี้ค่ะ ซึ่งนี่คือจุดเริ่มต้นของการที่เบลหันมาทำงานเขียนที่เบลชอบเและถ่ายทอดความสุขของเบลให้กับทุกคนค่ะ

Related Posts

Leave a Reply

Your email address will not be published.