มิตาเกะที่ดูใบไม้เปลี่ยนสีซึ่งอาจจะยังไม่ฮิตในหมู่คนไทยมากนักแต่รับรองว่าประทับใจแน่นอน

ตามไปชมความงามของใบไม้เปลี่ยนสีที่โรแมนติกที่สุดไม่ไกลโตเกียวกัน สวยจริงไม่อิงนิยาย

คนส่วนใหญ่ชอบคิดว่าถ้าอยากดูใบไม้เปลี่ยนสีที่ญี่ปุ่นต้องไปที่ Kawaguchiko (河口湖 – คาวากุจิโกะ) เวลาถ่ายรูปจะได้มีฟูจิซังเป็นฉากหลังเก๋ๆ หรือไม่ก็ Nikko (日光市 – เมืองนิกโก) เมืองแห่งมรดกโลก แต่จริงๆแล้วมีอีกหลายที่เลยนะที่น่าสนใจไม่แพ้กัน วันนี้จะขอมาแนะนำที่เที่ยวที่นึงซึ่งอยู่ไม่ไกลมากจาก Tokyo สามารถเดินทางไปเช้าเย็นกลับได้ เป็นที่ที่คนไทยอย่างเราน่าจะเคยได้ยินชื่อคุ้นหูกันอยู่แล้ว แต่มีน้อยคนนักที่รู้ว่าสถานที่นี้มีอยู่จริงไม่ใช่แค่ฉากหนึ่งในนิยาย

Mitake1

Mitake หรือที่คนญี่ปุ่นนิยมเรียกกันว่ามิตาเกะซัง (御岳山) คือชื่อเรียกภูเขาสูงที่อยู่ในอุทยานแห่งชาติ Chichibu Tamakai เป็น Hiking trail ระดับเรียกเหงื่อได้หลายลิตรที่คนญี่ปุ่นนิยมมาเที่ยวเป็นประจำอยู่แล้วนอกจากนี้มิตาเกะซังยังขึ้นชื่อว่าเป็นภูเขาศักดิ์สิทธิ์ มีตำนานและเกร็ดเล็กเกร็ดน้อยทางประวัติศาสตร์ที่เกี่ยวข้องกับภูเขาลูกนี้ คนญี่ปุ่นเชื่อว่ามิตาเกะซังมีเทพเจ้าปกปักรักษาอยู่จึงทำให้ที่นี่อุดมสมบูรณ์ไปด้วยธรรมชาติที่สวยงามตลอดทั้งปีและผู้คนสามารถเดินทางมาท่องเที่ยวได้ไม่ว่าจะเป็นฤดูไหน

 

painting_p1 สำหรับนักอ่านนิยายชาวไทย ถ้าพูดถึงมิตาเกะจินตนาการคงมโนไปไกลมากแล้วถึงฉากอันติดตาตรึงใจในภาพยนตร์เรื่องข้างหลังภาพซึ่งเป็นสถานที่ก่อกำเนิดความรักระหว่างคุณหญิงกีรติกับนพพร เราได้อ่านทั้งนิยายและดูหนังเลยรู้สึกว่าอยากจะพาตัวเองไปสัมผัสบรรยากาศรักโรแมนติกแบบนั้นดูบ้าง

ขอนอกเรื่องมารำลึกถึงฉากในเมืองมิตาเกะจากข้างหลังภาพสักเล็กน้อย มิตาเกะเป็นสถานที่ที่สวยงามมากซะจนทำให้คุณหญิงกีรติผู้ปกติจะมีอาการสำรวม สง่างาม เกิดอาการตื่นเต้นไปกับสภาพแวดล้อมในหมู่ต้นไม้ ดอกไม้ และธรรมชาติ และที่นี่เองเป็นที่ที่ทั้งสองเริ่มเปิดเผยความรู้สึกต่อกันและกันมากขึ้น คุณหญิงกีรติก็เล่าให้นพพรฟังถึงสาเหตุการแต่งงานของคุณหญิงกับท่านเจ้าคุณ และก็เป็นสถานที่ที่นพพรสารภาพรักและก็ให้คำมั่นยืนกรานต่อคุณหญิงตามประสาคนหนุ่มว่า “ผมจะรักคุณหญิง ตราบชั่วฟ้าดินสลาย” หากยังจับตอนจบได้ในตอนจบภาพที่คุณหญิงมอบให้นพพรนั้นเป็นภาพวาดจากที่มิตาเกะพร้อมคำตัดพ้อของคุณหญิงต่อนพพร…

           …ความรักของเธอเกิดขึ้นที่นั้นแล้วก็ตายที่นั้น 

                        แต่ของอีกคนหนึ่งกำลังจะรุ่งโรจน์ในร่างที่กำลังจะแตกดับ…

 

ซึ้งกันไปพอประมาณขอกลับมาเล่าเรื่องจากที่สองปีที่แล้วได้ไปเที่ยวโตเกียวช่วงใบไม้เเดงพอดี เลยมีโอกาสได้ชวนคุณแฟนไปสวมบทเป็นคุณหญิงกีรติกับนพพรกัน 555 เราไปถึงที่นั้นกันตอนสาย ต่อรถบัสเพื่อไปนั่งเคเบิลคาร์ขึ้นเขา

cable car

หลังจากนั้นก็เดินเล่นกันไปเรื่อยๆ จนถึงยอดเขาเพื่อสักการะสิ่งศักดื์สิทธิ์ ชมวิวหมู่บ้านมิตาเกะจากบนยอดเขา สูดโอโซน

มิตาเกะ
คนญี่ปุ่นเองนิยมเดินทางมาขอคู่ครองและบุตรจากเทพเจ้า Ubuyasusha ที่ศาลเจ้า Musashi Mitake แห่งนี้

มิตาเกะสิงห์

มิตาเกะศาล
แวะทานโซบะโฮมเมดชื่อดังที่ร้าน Koyo-Ya 紅葉屋 เป็นมื้อเที่ยง ในภาพเป็นเซตโซบะทานคู่กับซุปเป็ดหอมๆค่ะ เมนูนี้เด็ด อร่อยมากแต่จำชื่อภาษาญี่ปุ่นไม่ได้ ที่ร้านKoyo-Ya 紅葉屋 หาไม่ยากเป็นร้านใหญ่อยู่ตรงทางผ่านที่จะเดินไปศาลเจ้า Musashi Mitake

soba

 

shop

 

ร้านค้าริมทาง คีกคักไปด้วยนักท่องเที่ยวที่ขึ้นมาสักการะสิ่งศักดิ์สิทธิ์ มีขนมต่างๆอาหารวางขายเต็มข้างทาง พร้อมวาซาบิสดๆ ที่วางขายริมทาง

wasabi

และปิดท้ายด้วยการเดินลงเขาMitakesan Hiking trail ซึ่งใช้เวลาเดินประมาณ 40 นาที เป็นการประหยัดค่าเคเบิล คาร์ และออกกำลังกายไปในตัว ลงมาถึงตีนเขาขาสั่นพลั่บๆทั้งคู่ ทำอะไรไม่ได้เกรงใจสภาพร่างกายเลย

hike trail

ขามาขึ้นเคเบิลคาร์แล้วขากลับอยากไปเสียเหงื่อให้ Hiking Trail บ้าง

trial1

แต่จากวันนั้นถึงตอนนี้ ยังรู้สึกประทับใจในเสน่ห์ความสวยงามของมิตาเกะไม่หาย ด้วยความที่ไปญี่ปุ่นบ่อยเวลาถูกถามว่าถ้าไปโตเกียวจะไปดูใบไม้แดงที่ไหนดี มิตาเกะจะเป็นชื่อต้นๆที่ผุดขึ้นมาในหัวเสมอ ใครที่เคยอ่านข้างหลังภาพก็น่าจะอยากมาเห็นด้วยตาตัวเองอยู่แล้ว มาถึงจะยิ่งเข้าใจเลยว่าทำไมเขาถึงมาตกหลุมรักกันที่นี่

แดง

ภาพใบไม้เหลืองแดงตัดกันอย่างลงตัว

ด้วยความงามของธรรมชาติที่ช่างเป็นใจเหลือเกิน ธารน้ำตกใสสีฟ้าอมเขียวตัดกันดีกับสีเหลืองแดงของใบไม้สองข้างทางที่กำลังเร่งสีแข่งกันเพื่อผลัดใบ เสียงน้ำตกไหลกระทบโขดหินบวกกับอากาศหนาวๆ เป็นใครใครก็ต้องเคลิ้ม เรามาเดินเล่นจูงมือกับแฟน ถ่ายรูปกันมุ้งมิ้งฟินหนักมากอ่ะบอกเลย ส่วนคนโสดก็อย่าเพิ่งน้อยใจ จะมาคนเดียวแล้วมาหาคู่ที่นี่ก็ได้ มนตร์ขลังของมิตาเกะมีจริงนะไม่เชื่ออย่าหลบหลู่ ไม่แน่ขามามาคนเดียวขากลับอาจได้เพื่อนร่วมทางกลับไปด้วยก็ได้ใครจะรู้ หรือจะพาคุณพ่อคุณแม่มาเที่ยวรับรองได้ว่าประทับใจไม่แพ้ทริปใบไม้แดงที่อื่นแน่นอน

เขียว
เมื่อเข้าสู่ฤดูหนาวแสงแดดน้อยไม่เพียงพอต่อการสร้างคลอโรฟิลล์ สีเขียวของใบไม้ก็จะเริ่มจางลงเผยให้เห็นสีเหลือง สีส้มสีแดง ของแคโรทีน แอนโทรไซยานินที่ซ่อนอยู่ เราจึงเห็นว่ามีใบไม้หลายสีในหนึ่งต้น หรือบางทีก็มีหลายสีในหนึ่งใบ

ธารโขดหินและธารน้ำตก

นั่งชิลบนโขดหินริมธารน้ำตก

air2 copy

จบหลังกล้องได้เลย รูปทั้งโพสนี้เราก็ถ่ายเองกับแฟน ยืนยันว่าถ่ายยังไงก็สวยทุกมุม

กล้อ

หากชอบ active หรือ กิจกรรม adventure ก็มีกิจกรรมพายเรือคายัคให้นักท่องเที่ยวเพลิดเพลินกับทิวทัศน์ที่สวยงามของแม่น้ำ Okutama ตลอดทั้งปียกเว้นในช่วงฤดูหนาว

เรือ

แสงสุดท้ายก่อนพระอาทิตย์จะลับของฟ้าริมแม่น้ำ Okutama ถึงเวลาบอกลามิตาเกะ

เขา

วิธีการเดินทางก็ไม่ยากขึ้นรถไฟJR จากShinjuku St.ไปลงที่ Mitake St. ค่าโดยสาร 920เยน พอออกจากMitake St. แล้วเลี้ยวซ้าย เดินไปอีกประมาณ30วินาที จะเห็นป้ายสีส้ม อยู่หน้าเซเว่น คือป้ายรถบัสที่จะไปขึ้นเคเบิลคาร์ ค่าโดยสารขาเดียวจากMitake St. ไปTakimoto St. ราคา 280 เยน ส่วนค่าเคเบิล คาร์ สำหรับผู้ใหญ่ 590 เยน ไป-กลับ 1,110เยน (เด็ก 290 เยน ไป-กลับ 550 เยน)  และใช้เวลาเพียง 6 นาที

เดินทาง    บัส

แนะนำว่าขาขึ้นควรนั่งเคเบิล คาร์ เพราะทางเดินขึ้นเขาชันและจะกินเวลามาก ส่วนขาลงขึ้นอยู่กับการตัดสินใจของแต่ละคนเลย

เคเบิิ้ลคาร์

มิตาเกะเป็นที่ที่มาแล้วรู้สึกประทับใจมาแล้วรู้สึกว่าอยากกลับไปอีก

หากถามว่าที่นี่สวยแบบถ้าไม่เคยไปญี่ปุ่นชีวิตนี้ต้องไปให้ได้เพื้อสิ่งนี้หรือไม่ตอบตรงนี้เลยว่าไม่ถึงขั้นนั้นแต่มิตาเกะเป็นที่ที่มาแล้วรู้สึกประทับใจมาแล้วรู้สึกว่าอยากกลับไปอีก ด้วยความสวยงามของธรรมชาติแบบที่ได้เล่าไปแล้วและนักท่องเที่ยวก็ยังไม่พลุกพล่านมาก ไม่ต้องรอจังหวะถ่ายรูปนานเหมือนสถานที่ยอดฮิตอื่นๆ ที่สำคัญอยู่ไม่ห่างจากโตเกียวมาก การเดินทางถือว่าสะดวกและสามารถคำนวณเวลาและค่าใช้จ่ายได้อย่างแม่นยำ ถ้าใครยังคิดไม่ออกว่าจะชวนคนที่เรารักไปเที่ยวไหนลองมาเที่ยวที่นี่ดู แล้วคุณจะหลงรักมิตาเกะเหมือนที่เรารัก การเดินทางไปมิตาเกะ สามารถไปตามวิธีด้านล่างได้เลย โลเคชั่นดี บรรยากาศเยี่ยม ใครๆก็สามารถเป็นคุณหญิงกีรติได้ แบบไม่มีดราม่าด้วยนะเพราะความรักของเราเพิ่มขึ้นที่นั้นและปัจจุบันมันยังคงงดงาม อิอิ ไปเติมความหวานกันได้นะคะ

air32

Leave a Reply

Your email address will not be published.