สาวๆ ที่ชอบทำอาหารกินเองที่บ้าน คงจะทราบกันดีว่านอกเหนือจากจะประหยัดและสนุกแล้ว ยังมั่นใจได้ในเรื่องความสะอาดปลอดภัยอีกด้วย แต่สำหรับแม่บ้านมือใหม่คงจะไม่สนุกแน่ ถ้าทอดปลาทีไรก็ไหม้ติดกระทะ กินเสร็จก็ต้องมานั่งขัดหม้อคราบเขรอะดำปี๋ที่ล้างยังไงก็ไม่ออก กระทะเคลือบเทฟลอนที่เคยตอบโจทย์ก็ใช้ผัดผักบุ้งไฟแดงไม่ได้อีก เพราะเค้าตื่นตัวกันแล้วว่าถ้าเทฟลอนโดนความร้อนที่สูงเกินไปจะทำให้เกิดสารพิษที่อาจก่อมะเร็งได้ โอ๊ย!!! แล้วเราจะเลือกระทะแบบไหนดีล่ะทีนี้ วันนี้เรามีเคล็ดลับการเลือกกระทะเพื่อสุขภาพดีๆ มาฝาก กระทะที่ทำจากวัสดุที่แตกต่างกันไม่ได้เหมาะกับวิธีการปรุงอาหารทุกประเภทนะคะ เพราะฉะนั้น สาวๆ ทั้งหลายที่เคยคิดว่า “กระทะใบเดียวเอาอยู่ทุกเมนู” คิดใหม่ได้เลยค่ะ

1. กระทะเหล็ก (Cast iron)

กระทะเหล็ก

Cast Iron

เหมาะกับ: กระทะที่ทำจากเหล็กหล่อจะเหมาะกับการปรุงอาหารเกือบทุกประเภทยกเว้นอาหารจำพวกต้ม กระทะเหล็กเหมาะมากสำหรับอาหารที่ต้องการความร้อนแบบทั่วถึงเช่น ไข่ หรือ ปลา

การดูแลรักษา: หลายคนไม่ชอบกระทะเหล็กเพราะคิดว่าใช้ยาก กลัวเป็นสนิม แต่จริงๆ แล้วไม่เลยค่ะ กระทะเหล็กนั้นดูแลง่ายแสนง่ายถ้าใช้เป็น เพียงทาน้ำมันเคลือบที่พื้นผิวทุกครั้งหลังล้างและเช็ดให้แห้ง ก็จะป้องกันสนิม และปัญหาอาหารติดกระทะก็จะหมดไป น้ำมันที่ทาจะทำหน้าที่เหมือนสารเคลือบ Non Stick จากธรรมชาติดีๆ นี่เองค่ะ

กระทะเหล็ก

credit: Countryclever

ข้อดีเด่นเฉพาะตัว: กระทะเหล็กนั้นใช้กับความร้อนเท่าไหร่ก็ได้ ไม่ต้องกังวลเรื่องสารพิษที่ปนเปื้อนออกมากับอาหารเพราะนั่นคือธาตุเหล็กที่ร่างกายเรานำไปใช้ประโยชน์ได้ค่ะ ฟังดูเหลือเชื่อใช่มั้ยคะ

ข้อด้อย: ข้อเสียอย่างเดียวของกระทะเหล็กคือน้ำหนักค่ะ กระทะเหล็กหนักมาก สาวๆ ที่ตัวเล็กอาจกล้ามขึ้นทีเดียวถ้าต้องยกกระทะเหล็กทุกวัน

2. กระทะสเตนเลส (Stainless steel)

กระทะcredit: TheKitchn

เหมาะกับ: สำหรับอาหารจำพวกผัด กระทะสเตนเลสก็เป็นอีกหนึ่งทางเลือกที่ดี แต่แม่บ้านต้องมีฝีมือสักหน่อย เพราะอาหารอาจติดกระทะได้ง่าย

ข้อดีเด่นเฉพาะตัว: กระทะสเตนเลสแข็งแรงทนทาน ไม่เป็นสนิม และทนต่อการกัดกร่อนค่อนข้างสูง จึงค่อนข้างปลอดภัยมากสำหรับผู้บริโภค

ข้อด้อย: เนื้อสเตนเลสนั้นนำความร้อนได้ไม่ดีนัก ดังนั้นจึงควรเลือก กระทะสเตนเลสแบบที่ก้นกระทะทำจากอลูมิเนียมก็จะทำให้กระทะร้อนเร็วขึ้นค่ะ แต่ถ้าใช้กระทะอลูมิเนียมเลยนั้นไม่แนะนำค่ะ เพราะถึงแม้กระทะอลูมิเนียมจะร้อนเร็ว น้ำหนักเบา แต่อาจทำปฏิกิริยากับอาหารรสจัด รสเปรี้ยว หรือพวกที่มีฤทธิ์เป็นกรด ทำให้สารโลหะหนักปะปนออกมากับอาหาร และสะสมในร่างกายได้ค่ะ

3. กระทะ Non-stick 
 

กระทะcredit: Chowhound

เหมาะกับ: อาหารสายคลีน ที่ต้องการใช้น้ำมันน้อย ไม่ว่าจะเป็นการทอดไข่ ทำแพนเค้ก หรือผัดผัก

ข้อดีเด่นเฉพาะตัว: กระทะจำพวก Non-Stick เป็นกระทะในอุดมคติของแม่บ้านมือใหม่หลายๆ คน เพราะลื่นปรื๊ด อาหารไม่ติดกระทะ ล้างออกง่ายเพียงปลายสัมผัสเท่านั้น

ข้อด้อย: ในด้านความปลอดภัยจากสารเคมีที่ใช้เคลือบซึ่งอาจปะปนออกมากับอาหาร ทำให้เราจำเป็นต้องคำนึงถึงวัสดุที่ใช้เคลือบให้ดีนะคะ สารเคมีเคลือบที่นิยมในปัจจุบันมีอยู่หลายประเภท แต่ละตัวมีข้อที่ต้องระวังแตกต่างกันไปค่ะ กระทะ

กระทะเคลือบเทฟลอน

กระทะเคลือบเซรามิค

กระทะเคลือบนาโนซิลเวอร์

กระทะเคลือบเทฟลอน ไม่เหมาะกับความร้อนสูง เพราะจะทำให้เกิดไอพิษที่สะสมในร่างกายและอาจก่อมะเร็งได้ และควรระวังไม่ใช้ตะหลิวที่เป็นเหล็กเพราะถ้าเสียดสีกับกระทะจะทำให้สารเทฟลอนหลุดออกมาและปนเปื้อนเข้าสู่ร่างกายได้โดยง่าย

กระทะเคลือบเซรามิค แม้จะทนความร้อนสูงและไม่ทำปฏิกิริยากับอาหาร แต่เซรามิคที่เคลือบนั้นไม่ทนทานต่อรอยขีดข่วน อาจแตกหรือครูดจนหลุดออกมาปะปนกับอาหารได้

กระทะเคลือบนาโนซิลเวอร์ (จากเกาหลี) เป็นกระทะที่กำลังเป็นที่นิยมกันอยู่ในปัจจุบันมาก แต่ที่จริงแล้วก็ยังไม่มีข้อสรุปที่แน่ชัดในเรื่องความปลอดภัย เร็วๆ นี้มีรายงานพบว่าสารเคลือบนาโนซึ่งมีขนาดเล็กจิ๋วอาจแทรกซึมเข้าสู่เซลล์ร่างกายและก่อให้เกิดอันตรายได้เช่นกัน

โอว…ตกลงแล้วกระทะ Non-stick ฟังดูอันตราย แต่ก็อยากใช้ จะทำยังไงดี: ใช้ได้ค่ะ เพียงแต่ต้องคอยหมั่นเช็คสภาพดู ไม่ว่าวัสดุเคลือบจะเป็นวัสดุใด หากมีรอยขีดข่วนหรือรอยครูดแตกแม้เพียงเล็กน้อย ก็แนะนำให้ทิ้งแล้วเปลี่ยนใบใหม่เลยค่ะ อย่าเสียดายเป็นอันขาดเพราะไม่คุ้มสักนิดกับสุขภาพของเราค่ะ

4. กระทะ/ภาชนะแก้ว (Glass)

กระทะcredit: eshopping

เหมาะกับ: ภาชนะประกอบอาหารที่ทำจากแก้วทนไฟไพโรไซแรมเหมาะกับอาหารจำพวกต้มที่สุด โดยเฉพาะอาหารไทยซึ่งนิยมรสเผ็ดและเปรี้ยว เช่นพวกแกงเผ็ด หรือต้มยำ เพราะหม้อแก้วไม่มีสารที่ทำปฏิกิริยากับอาหาร ถ้าเทียบกันแล้ว แกงหรือซุปจากหม้อแก้วจะมีกลิ่นที่ดีกว่าอาหารที่ต้มด้วยหม้อเหล็ก ซึ่งอาจจะมีกลิ่นและรสเหล็กเจือออกมานิดๆ หรือถ้าเป็นหม้ออลูมิเนียม ก็จะนำความร้อนได้ไม่ดีนักทำให้อาหารไหม้ติดก้นหม้อได้ หม้อแก้วจึงเป็นตัวเลือกที่เหมาะที่สุดสำหรับอาหารต้มค่ะ

ข้อดีเด่นเฉพาะตัว: หม้อแก้วที่ดีจะช่วยประหยัดพลังงานเพราะสามารถกักเก็บความร้อนได้ดี และสามารถใช้กับเตาแก๊ส เตาไฟฟ้า เตาอบ ไมโครเวฟ หรือเครื่องล้างจานก็ได้เพราะมีคุณสมบัติทนการเปลี่ยนแปลงอุณหภูมิฉับพลัน นอกจากนี้ยังปลอดภัยหายห่วงเรื่องสารปนเปื้อน เพราะหม้อแก้วไม่มีสารที่ทำปฏิกิริยากับอาหารค่ะ

ข้อด้อย: แพงและแตกได้ค่ะ ถ้าแตกทีมีน้ำตาไหลกันเลยทีเดียวค่ะ

เห็นกันหรือยังคะ ว่าแม้แต่กระทะหรือหม้อที่เราเลือกใช้ ก็มีผลต่อสุขภาพของคุณและคนที่คุณรัก เลือกกระทะหรือหม้อแบบไหนก็ควรต้องศึกษาให้ดี ให้เหมาะกับลักษณะอาหารที่ปรุงนะคะ คราวนี้สาวๆ ก็มีข้ออ้างซื้อเครื่องครัวเซ็ทใหม่แล้วสินะ

Leave a Reply

Your email address will not be published.